การพัฒนาครูในรูปแบบใหม่ โดยใช้การพัฒนาแบบครบวงจร

Spread the love
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

     เมื่อการศึกษาไทย มาถึงยุค 4.0 ปัจจัยหนึ่งที่จะมองข้ามไปไม่ได้คือครูผู้สอน เพราะครูเป็นเสมือนผู้กำหนดคุณภาพประชากรในสังคมที่จะส่งผลต่อการเติบโตของประเทศชาติ กระทรวงศึกษาธิการได้น้อมนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมาเป็นแนวทางในการพัฒนาครูในรูปแบบใหม่โดยใช้การพัฒนาแบบครบวงจร 

     สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้มอบหมายให้สำนักพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ เป็นผู้รับผิดชอบในการพัฒนาครูในรูปแบบใหม่อย่างครบวงจร และจัดตั้งสถาบันคุรุพัฒนาทำหน้าที่กลั่นกรองและอนุมัติหลักสูตรที่เสนอโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา

     หลักสูตรการอบรมหลากหลายที่ผ่านการพิจารณาแล้วนั้น ถือเป็นความรู้ที่มีประสิทธิภาพ ครูแต่ละคนสามารถเลือกหลักสูตรอบรมได้ตามศักยภาพและความสนใจโดยระบบลงทะเบียนอำนวยความสะดวกให้ครูสามารถลงทะเบียนเข้าอบรมหลักสูตรต่าง ๆ ผ่านอุปกรณ์คอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนได้ตลอดเวลา เป็นการตอบสนองครูในทุกพื้นที่การศึกษา ลดการเหลื่อมล้ำในการอบรมพัฒนา

     สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้จัดสรรงบพัฒนาครู 10,000 บาท ต่อคน ต่อปีให้กับครูทุกคนอย่างทั่วถึง ให้นำไปใช้ในการอบรมพัฒนาตนเองอันเป็นคุณภาพของวิชาชีพครู และมีระบบติดตามประเมินผลครูผู้เข้ารับการอบรม เพื่อให้แน่ใจได้ว่าผลการอบรมพัฒนาได้นำไปใช้จริง หลังจากครูได้ผ่านการอบรมพัฒนาตามหลักสูตรที่เลือกไว้แล้ว สามารถนำความรู้และประสบการณ์มาแบ่งปันกับเพื่อนครู ซึ่งเป็นการส่งเสริมกระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ หรือ PLC และครูผู้สอนก็จะนำความรู้ใหม่นี้ไปใช้ปฏิบัติงานจริงในห้องเรียน นักเรียนก็จะได้ประโยชน์อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย เกิดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ เป็นการส่งเสริมความก้าวหน้าในวิชาชีพครู สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแรง เมื่อครูได้สะสมชั่วโมงที่ผ่านการอบรมในหลักสูตรที่เลือก ก็สามารถนำไปรวมกับจำนวนชั่วโมงการปฏิบัติงานในโรงเรียน รวมถึงผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ของครูเพื่อการมีหรือเลื่อนวิทยฐานะ

     สํานักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือ ก.ค.ศ. จะใช้ข้อมูลจากระบบลงทะเบียนและติดตามประเมินผลเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณาเชิงปริมาณในการเลื่อนวิทยฐานะเป็นรางวัลตอบแทนกลับไปยังครูผู้สอน ซึ่งการประเมินวิทยฐานะของครูผู้สอนนั้นจะต้องประเมินทั้งในเชิงคุณภาพ คือการพัฒนาตนเอง และการเข้าร่วมกระบวนการ PLC อย่างสม่ำเสมอ และการประเมินเชิงปริมาณ ก็คือการสะสมชั่วโมงการปฏิบัติงานดังกล่าว ระบบลงทะเบียนแบบใหม่นี้ ยังเอื้อให้ครูสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตรต่าง ๆ ที่ตนเองได้รับการอบรม ด้วยการให้คะแนนและข้อเสนอแนะผ่านระบบลงทะเบียน เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาปรับปรุงคุณภาพหลักสูตรให้ตอบสนองต่อความต้องการของครูในการจัดการเรียนรู้ได้อย่างดียิ่งขึ้น จะเห็นว่ารูปแบบการพัฒนาครูรูปแบบใหม่นี้ ครูผู้สอนจะไม่โดดเดี่ยวในการแก้ปัญหา เพราะทุกหน่วยงานการศึกษาไม่ว่าจะเป็น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน , คุรุสภา , สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา, สถาบันคุรุพัฒนาหรือหน่วยพัฒนาครูจากทั่วประเทศ จะคอยส่งไม้ผลัดถึงกัน เพื่อสนับสนุนการอบรมพัฒนาบุคลากรครูให้เกิดผลดีที่สุด จากนี้ไปครูผู้สอนต้องเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของระบบการศึกษาใหม่ และประโยชน์ก็จะไปถึงนักเรียนที่เป็นอนาคตของชาติอีกด้วย

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ และลงทะเบียนได้ที่ https://training.obec.go.th/#/Login

แสดงความคิดเห็น