fbpx
Take a fresh look at your lifestyle.

    ผู้ชม:3

เมื่อ AI มีบทบาทมากกว่ามนุษย์ ชวนถกประเด็น “ทักษะที่คนยุค Digital ต้องมี และ AI แทนไม่ได้”

ส่งต่อข่าวการศึกษา
  •  
  • 2
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    2
    Shares

สำหรับคุณครูประถมที่ติดตามข่าว วันนี้เรามีประเด็นการถกเถียงเกี่ยวกับ AI มาฝาก น่าจะมีประโยคไม่น้อยก็มาก

คำถามยอดฮิตประจำช่วงที่ผ่านมาในแวดวงเทคโนโลยี คงหนีไม่พ้นในเรื่องของ AI เพราะใคร ๆก็กลัวว่า AI จะมาทำหน้าที่แทนและแทรกซึมอยู่ในงานต่าง ๆของมนุษย์ ล่าสุด AIS ได้จัดงาน Master Skill 4.0 “ทักษะที่คนยุค Digital ต้องมีและ AI แทนไม่ได้” โดย ความร่วมมือระหว่าง AIS The StartUp, Techsauce และ Thailand Tech Startup Association และ SkillLane

ดร.ศรีหทัย พราหมณีHead of AIS The StartUp

เริ่มกันที่ ดร.ศรีหทัย พราหมณี Head of AIS The StartUp ได้แนะนำและชวนกันตั้ง คำถามว่าเราจะอยู่ร่วมกับ AI และใช้ AI เพื่อเป็นเครื่องมือในการช่วยเหลือให้เราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างไร หนึ่งในที่ทักษะสำคัญที่ AI แทนไม่ได้คือ ทักษะ Leadership สำหรับ ดร.ศรีหทัย ได้พูดถึงการที่คุณจะเป็นผู้นำต้องเริ่มจากการที่จะสามารถนำตัวเองให้ได้ก่อน ก่อนทที่จะไปนำคนอื่น โดยทักษะที่สำคัญคือความสามารถในการสร้างวัฒนธรรมของกลุ่มคนให้มีจุดหมายปลายทางเดียวกัน

นอกจากนี ดร.ศรีหทัย ได้เน้นยำถึงคำว่า จิตวิญญาณของความเป็นผู้ประกอบการ การที่เรารู้สึกถึงความเป็นเจ้าของ การเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรและผลิตภัณฑ์ ถือเป็นสิ่งสำคัญในการที่จะช่วยให้เราสามารถดำเนินกิจกรรมนั้นต่อไปให้ประสบความสำเร็จเพราะคำว่าผู้ประกอบการ หมายความว่าผู้ที่ประกอบภารกิจให้ดำเนินไปตามเป้าหมาย ดังนั้นจึงไม่ได้เฉพาะเจาะจงแค่ในส่วน ของนักธุรกิจแต่รวมไปถึงทุกคน

และอีกหนึ่งคำที่ ดร.ศรีหทัย ให้ความสนใจคือคำว่า Intraperneur หมายถึง คนทที่มีความเป็นผู้ประกอบการในองค์กร ผู้ที่ไม่ได้มองว่าตนเองเป็นเพียงพนักงานแต่เป็นผู้ที่มองว่าองค์กรเป็นส่วนหนึ่งของตน และผลักดันคุณค่าบางอย่างสู่องค์กร

การมองหา Intraperneur ในองค์กร
  • คนที่คิดอย่างมีบริบท
  • สื่อสารได้อย่างชัดเจนมีวิธีการสื่อสารที่ดี
  • ทำให้เห็นถึงจุดประสงค์
  • แสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์ทที่สร้างคุณค่า

โดยได้ทิ้งท้ายไว้ว่า “หากคุณเป็น Leader ที่ดีคุณจะมีทักษะ Management แต่ไม่ได้หมายความว่าถ้าคุณมีตำแหน่ง Managment คุณ จะมีทักษะ Leadership”

ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม President of Thailand Tech StartUp Association

ด้าน ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม President of Thailand Tech StartUp Association ได้ยกประโยคหลักๆ ให้เข้าใจเกี่ยวกับโลกในทุกวันนี้ง่าย ๆว่า “โลกทุกวันนี้มีทั้งความผันผวน ไม่แน่นอน ซับซ้อน และไม่ชัดเจน” ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ล้วนทำให้เราทุกคนอยู่ในความเสียงสูง

ในอนาคต AI อาจจะเข้ามาแทนที่คุณ ดังนั้นคุณต้องตั้งคำถามกับตัวเองว่าคุณจะแตกต่างได้อย่างไร ปรับตัวอย่างไร ทักษะ Leadership จึงเป็นเรื่องจำเป็น ดร.พณชิต ยังเสริมอีกว่า Leadership นั้น เกิดจากการฝึกฝนเรียนรู้และเป็นปัจเจก เช่น เดียวกันคุณต้องพร้อมนำตัวเอง และให้คนอื่นนำคุณ

สิ่งที่ทุกคนควรมีในยุค AI

Appreciation of Technology

เริ่มต้นกันที่ Appreciation of Technology ความเข้าใจว่าเราชื่นชอบและไม่ชื่นชอบอะไรในเทคโนโลยี สู่การเชื่อมโยงจุดต่าง ๆข้าด้วยกัน นำเอาความชอบบางสวนของเทคโนโลยีมาเชื่อมโยง เพื่อเป็นคนที่รู้ลึกและรู้กว้าง หรือตามทฤษฎี T Shaped เพื่อนำมาประยุกต์ใช้งานกับชีวิต

  • Agility&Adaptability ในเมื่อโลกไม่แน่นอนเราจึงควรมีความคล่องตัว เพื่อปรับเปลี่ยนและปรับปรุงได้อย่างรวดเร็ว
  • Feedback เปิดรับความเห็น
  • Openess ต้องเปิดกว้าง
  • Empowerment ให้โอกาสพนักงานและสนับสนุนการเพิ่มขีดความสามารถ
  • Tight&Loose วัฒนธรรมองค์ที่เหมาะสม

Freedom&Responsibility ต้องมีอิสระแต่ก็อยู่บนพื้นฐานของหน้าที่ความรับผิดชอบ

Vision&Communication ภาพที่ต้องการสื่อสารให้อีกคนหนึ่งเห็น

3 ยุคสำคัญของ AI
  • 2020-2030 ยุคแห่งการพัฒนา AI และป้อน Data ให้กับ AI – ทักษะและความรู้ที่จำเป็น คือการรู้วิธีสร้าง AI
  • 2030-2040 ยุคที่ AI พัฒนาเท่ากับมนุษย์แต่ยังไม่ค่อยคุ้มค่าการลงทุน – ทักษะและความรู้ที่จำเป็นคือความเข้าใจและการรู้วิธีทำงานร่วมกับ AI
  • 2050-2060 ยุคที่ AI เก่งกว่ามนุษย์และเริ่มทำงานแทนมนุษย์มากขึ้น – ต้องเก่งกว่านั้นและตอบคำถามด้านคุณค่าหรือสิ่งที่ AI ยังไปไม่ถึง

“เป็นไปได้ว่าในปี 2050 เราอาจจะค้นพบว่ามีอาชีพใหม่ ๆที่ไม่เคยมีมาก่อน อย่างเช่น อาชีพนักออกแบบเวลาว่าง เพราะเมื่อ AI สามารถทำงานแทนเราได้มนุษย์ก็จะมีเวลาว่างเยอะมาก”

Ethics&Privacy จริยธรรมและความเป็นส่วนตัว หนึ่งในอีกปัจจัยสำคัญที่ AI อาจจะยังไม่มีซึ่งทุกวันนี้เรื่องจริยธรรมนั้นยังไม่มีการกำหนดตายตัว เนื่องจากเป็นเรื่องของ ความเชื่อ และความคิด

สิ่งที่ AI ยังขาดและเป็นไปได้ยากที่จะมีคือ
  • Objective
  • Goals
  • Purposes

ดร.พณชิต มองว่า ในอนาคตเราจะเปลี่ยนจาก Work-life Balance สู่ Work-Life Integration จากการทำงานที่มีเวลาสมดุล สู่การค้นหางานต้องตอบความหมายและเป้าหมายของชีวิต เราจะผสานงานเข้าสู่ชีวิตประจำวัน และยังพูดถึงวัฒนธรรมองค์กรว่าวัฒนธรรมคือการสื่อสาร และจำเป็นอย่างยิงในองค์กร การสื่อสารให้คนในองค์กรเห็นภาพเดียวกันจึงเป็นเรื่องยาก ดังนั้นสิ่งที่เราต้องการก็คือ

“Right Structure (โครงสร้างที่ใช้), Right People (คนที่ใช้), Right Culture (วัฒนธรรมทที่ใช้)”

ในงานครั้งนี้ยังมี Panel Discussion ในเรื่อง Leadership ภายในองค์กรอีกด้วย โดย คุณยอด ชินสุภัคกุล CEO จาก Wongnai คุณมิหมี อรนุช เลิศสุวรรณกิจ CEO&Co-founder แห่ง Techsauce คุณฐากูร ชาติสุทธิผล และคุณชวิน ศุภวงศ์ CEO จาก FoodStory

ความท้าทายและการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงเมื่อองค์กรขยายขึ้น

คุณยอด จาก Wongnai เล่าว่าในสมัยก่อนองค์กรมีเพียง 30 คน ทำให้มีความสนิทสนมกัน เมื่อขยายมาสู่ 150 คน เลยต้องมีการปรับโครงสร้าง แต่เมื่อมีจำนวนพนักงานเกิน 150 คนเราก็เปลี่ยนวิธีการบริหาร เพราะเริ่มมีระยะห่างมากขึ้นในตอนที่เรามีพนักงานจำนวน 30-150 คน บริษัทสามารถกำหนดบทบาทหน้าที่ และสามารถสื่อสารระหว่างกันได้ง่าย อาจจะใช้ OKR หรือ วิธีการอื่น ๆแต่เมื่อมีจำนวน 300 คนก็ปรับเปลี่ยนเป็นเรื่องของการกำหนด Vision และ Mission ให้ชัดเจนเพื่อที่จะให้ทุกคนเห็นภาพเดียวกัน

ฝังของ คุณฐากูร แห่ง FoodStory เล่าว่า การตั้ง Vision และ Mission หรือตั้งเป้า OKR ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากเพื่อให้องค์กรปรับตัวสม่ำเสมอ การมีเป้าหมายทีชัดเจนจะช่วยลดการตั้งคำถาม และช่วยกำหนดทิศทางอย่างชัดเจน อีกประเด็นคือการมี Co-founder 2 คน ก็ค่อนข้างมี ผลเช่นกัน เนื่องจากวิธีการบริหารที่ต่างกัน โดยเน้นหาบุคลากรที่มี “ความดื้อแต่ไม่ด้าน” คือคนที่ค่อนข้างทะเยอทะยานพร้อมสู้ในขณะเดียวกันก็พร้อมที่จะปรับตัวและรับข้อเสนอแนะใหม่ ๆด้วย เพราะองค์กรมีขนาดเล็กจึงพยายามจะบริหารเสมือนครอบครัว

อีกทั้งพยายามผลักดันเรื่อง Intraperneur ในองค์กร และผลักดันพนักงานให้พัฒนาทักษะจำเป็นอยู่ตลอด อีกเรื่องหนึ่งคือเมื่อรับเงินทุนมาแล้วก็ต้องพาธุรกิจไปให้ได้ จากการเข้าใจว่าเราเติบโตแล้วสู่การเริ่มต้นเรียนรู้ใหม่ในพื้นที่ใหม่ Leadership จึงมีผลอย่างมากเพราะเราต้อง พัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา

คณุชวิน กล่าวเสริมว่า “Leadership สำหรับผม คือคำว่า อยู่เป็น การรู้กาลเทศะและวางตัวอย่างถูกต้องน้อง ๆที่จบใหม่ ส่วนใหญ่มักไม่ถูกสอนในเรื่อง Leadership ซึงนี่นับว่าเป็นเรื่องจำเป็นเพราะฉะนั้นเราก็อยากจะพยายามสร้างความ Leadership ให้กับน้อง ๆในทีมจะทำอย่างไรให้น้อง ๆที่เข้าทำงานและต้องก้าวขึ้นเป็นหัวหน้าสามารถปรับตัวได้และขึ้นมาบริหารงานระดับ หัวหน้าทีมได้”

ความกลัวขององค์กร เมื่อเราเพิ่มทักษะให้กับพนักงาน สุดท้ายพนักงาน

คณุมิหมี จาก Techsauce มองว่า แน่นอนว่าในคนรุ่นนี้พวกเขาสามารถปรับเปลี่ยนงานได้หรือออกไปทำธุรกิจของตนเอง ในจุดหนึ่งทุกคนมักจะทำสิ่งที่ตัวเองสนใจและอยากทำ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นปกติ ปัจจุบันองค์กรของเราสนใจในช่วงจังหวะที่ทำงานด้วยกันมากกว่าเราต้องการจะผลักดันให้พนักงานมีทักษะและได้รับประโยชน์บางอย่างในช่วงที่อยู่กับเรา และก็ยังพร้อมที่จะ เปิดโอกาสให้พนักงานปรับเปลี่ยนตำแหน่งงานเพื่อไปทดลองงานอื่น ๆในองค์กรได้

ในด้าน Leadership เชื่อว่าแม่เหล็กที่ดีจะดึงดูดเหล็กที่ดีเข้ามาหากัน เราอยากจะสร้างสภาพแวดล้อมแห่งการเรียนรู้เปิดโอกาสให้พนักงานได้ทดลองทำหลายอย่างและผิดพลาดได้โดย กุญแจสำคัญคือต้องการให้พนักงานเรียนรู้และแลกเปลี่ยนความรู้กัน รวมถึงเราเองก็ต้องลงไปคุยกับทีมได้

การพัฒนาพนักงานใหม่มี Leadership

คณุมิหมี กล่าวว่า “ปัจจุบันนี้ พยายามจะให้โจทย์ที่ท้าทายมากขึ้นกับพนักงาน เปิดโอกาสให้กับพนักงาน และเชื่อว่าพนักงานแต่ละคนจะมีด้านใดด้านหนึ่งที่เก่งกว่าเราเสมอ เช่น เดียวกันต้องดูเรื่องความรับผิดชอบด้วย เลือกคนที่เก่งเข้ามาและกล้าจะให้โอกาสเขาในการได้ทดลอง”

ด้านคุณยอด เผยว่า ปัญหาหนึ่งเลยคือเราพยายามจะเลือกพนักงานในองค์กรขึ้นมาในตำแหน่งใหม่ เนื่องจากเมื่อเวลาเรารับคนนอกเข้ามา มักพบปัญหาเรื่องของการปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมองค์กรที่แตกต่างกัน ดังนั้นในบริษัทจึงมีการสอนทักษะ Leadership ให้กับพนักงานโดยจะมีการสอนทุก ๆ 3 เดือนหรือครึ่งปีเพราะ Leadership คือเรื่องของการฝึกฝนและเรียนรู้ส่วนการเลือกคนขึ้นมาในระดับ Mangement เลือกจากผลงานแต่ก็แน่นอนว่าคนที่เก่งที่สุดอาจจะไม่ใช่คนที่มี Leadership ที่ดีที่สุด หรืออาจจะเลือกคนที่มีความเป็นไปได้คนที่มีวัตถุดิบที่ดี เช่นเป็นคนที่สื่อสารได้ดี

ฝัง Food Story เสริมว่า บริษัทพยายามจะเข้าใจพนักงานและคอยตรวจสอบว่าแต่ละคนเป็นอย่างไรบ้าง โดยทางบริษัทมักจะพยายามคุยกับพนักงานทุกสัปดาห์อาจจะมีการส่งไปเข้าเรียน หรือส่งเสริมพนักงานในด้านต่าง ๆ

ที่มา: techsauce


ส่งต่อข่าวการศึกษา
  •  
  • 2
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    2
    Shares

แสดงความคิดเห็น