fbpx

กทม.สั่งปลอดน้ำอัดลม ให้โรงเรียนในสังกัดงดขาย เพื่อสุขภาพที่ดีของเด็ก

ข่าวการศึกษา น่าสนใจ
1 of 363
ส่งต่อข่าวการศึกษา
  •  
  • 2
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    2
    Shares

คุณครูคงทราบกันดีอยู่แล้วว่าปริมาตรของน้ำตาลในน้ำอัดลมมีสูงแค่ไหน ซึ่ง กทม. ได้ทำการระงับการขายน้ำอัดลมในโรงเรียน เพื่อสุขภาพที่ดีต่อเด็กๆ อ่านรายละเอียดเๅพิ่มเติม

นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ตามที่สื่อมวลชนเสนอข่าวผลการศึกษาของคลินิกต่อมไร้ท่อเด็ก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ พบสัดส่วนของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในเด็กและวัยรุ่น เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 27 โดยสาเหตุที่เบาหวานในเด็กและวัยรุ่นเพิ่มขึ้นเกิดจากพฤติกรรมบริโภคหวานและขนมในโรงเรียน ว่าที่ผ่านมา สำนักการศึกษา กทม. ได้ดำเนินโครงการเสริมสร้างศักยภาพของเด็กและเยาวชน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในพื้นที่กรุงเทพฯ ตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 

โดยสนับสนุนการจัดเมนูอาหารให้ถูกหลักโภชนาการ เหมาะกับความต้องการของนักเรียนรายบุคคล รวมถึงโครงการเด็กไทยไร้พุง ซึ่งเป็นโครงการส่งเสริมให้นักเรียนออกกำลังกาย เพื่อควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

ขณะเดียวกันโรงเรียนในสังกัด กทม. ได้ประสานความร่วมมือกับสำนักงานเขต โดยครูและฝ่ายเทศกิจช่วยกันดูแลคุณภาพอาหารและความปลอดภัยของร้านอาหารแผงลอยหน้าโรงเรียนและบริเวณใกล้เคียง อีกทั้งรณรงค์ไม่ดื่มน้ำอัดลมและผลักดันให้ปลอดน้ำอัดลมในโรงเรียนสังกัด กทม.

โดยทุกโรงเรียนในสังกัด กทม. ไม่จำหน่ายน้ำอัดลมภายในโรงเรียน ตามมาตรการประเมินคุณภาพสถานศึกษา พร้อมทั้งให้ความรู้เรื่องโภชนาการและโทษของน้ำอัดลมในรายวิชาสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีทุกระดับชั้น โดยบูรณาการกับกิจกรรมโครงการอาหารเช้าและโครงการอาหารกลางวัน

ปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ สำนักอนามัย กทม. ยังได้ประสานความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

ในการแก้ปัญหาและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินหวานของเด็ก โดยขอความร่วมมือโรงเรียนในสังกัดเขตพื้นที่กรุงเทพฯ ร่วมดำเนินกิจกรรมป้องกันโรคอ้วนและภาวะทุพโภชนาการในโรงเรียน

รวมทั้งจัดทำคู่มือมาตรการและแนวทางการดำเนินงานป้องกันโรคอ้วน แผนและผลงานการดำเนินมาตรการป้องกันโรคอ้วนและภาวะทุพโภชนาการในโรงเรียน และหนังสือเมนูสู้โรค ให้กับโรงเรียน ศูนย์บริการสาธารณสุขทั้ง 68 แห่ง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมป้องกันโรคอ้วนและภาวะทุพโภชนาการ

ที่มา: Nation TV

 

 


ส่งต่อข่าวการศึกษา
  •  
  • 2
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    2
    Shares

แสดงความคิดเห็น