fbpx
Take a fresh look at your lifestyle.

จิตวิทยาการศึกษา : ทฤษฎี พัฒนาการทางสติปัญญา ของฌอง เพียเจต์ (Jean Piaget)

ส่งต่อข่าวการศึกษา
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

พัฒนาการทางสติปัญญา ฌอง เพียเจต์ (Jean Piaget) ได้ศึกษาเกี่ยวกับ พัฒนาการทางสติปัญญา ของเด็กโดยทฤษฎีของเพียเจต์ตั้งอยู่บนรากฐานของทั้งองค์ประกอบที่เป็นพันธุกรรม และสิ่งแวดล้อม เขาอธิบายว่า การเรียนรู้ของเด็กเป็นไปตามพัฒนาการทางสติปัญญา ซึ่งจะมีพัฒนาการไปตามวัยต่าง ๆ เป็นลำดับขั้น พัฒนาการเป็นสิ่งที่เป็นไปตามธรรมชาติ ไม่ควรที่จะเร่งเด็กให้ข้ามจากพัฒนาการจากขั้นหนึ่งไปสู่อีกขั้นหนึ่ง เพราะจะทำให้เกิดผลเสียแก่เด็ก แต่การจัดประสบการณ์ส่งเสริมพัฒนาการของเด็กในช่วงที่เด็กกำลังจะพัฒนาไปสู่ขั้นที่สูงกว่า สามารถช่วยให้เด็กพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม เพียเจต์เน้นความสำคัญของการเข้าใจธรรมชาติและพัฒนาการของเด็กมากกว่าการกระตุ้นเด็กให้มีพัฒนาการเร็วขึ้น เพียเจต์สรุปว่า พัฒนาการของเด็กสามารถอธิบายได้โดยลำดับระยะพัฒนาทางชีววิทยาที่คงที่ แสดงให้ปรากฏโดยปฏิสัมพันธ์ของเด็กกับสิ่งแวดล้อม

 

พัฒนาการทางสติปัญญา
ฌอง เพียเจต์ (Jean Piaget : 1896-1980)

ฌอง เพียเจต์ (Jean Piaget : 1896-1980)

นักชีววิทยาชาวสวิตเซอร์แลนด์ ได้เรียนจบปริญญาเอกทางวิทยาศาสตร์ สาขาสัตววิทยา หลังจากที่เขาเรียนจบแล้วได้ทำงานกับนายแพทย์บีเนต์และซีโมซึ่งเป็นผู้สร้างข้อสอบเชาวน์ปัญญา

ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของเพียเจต์ (Lall and Lall, 1983:45-54)

พัฒนาการทางสติปัญญา ฌอง เพียเจต์ ของบุคคลเป็นไปตามวัยต่าง ๆ เป็นลำดับขั้น ดังนี้

  1. ขั้นประสาทรับรู้และการเคลื่อนไหว (Sensorimotor)
  2. ขั้นก่อนปฏิบัติการคิด (Preoperational)
  3. ขั้นคิดแบบรูปธรรม (Concrete operation stage)
  4. ขั้นคิดแบบนามธรรม (Formal operation stage)

 

  1. ขั้นประสาทรับรู้และการเคลื่อนไหว (Sensori-Motor Stage)  ขั้นนี้เริ่มตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 2 ปี พฤติกรรมของเด็กในวัยนี้ขึ้นอยู่กับการเคลื่อนไหวเป็นส่วนใหญ่ เช่น การไขว่คว้า การเคลื่อนไหว การมอง การดู ในวัยนี้เด็กแสดงออกทางด้านร่างกายให้เห็นว่ามีสติปัญญาด้วยการกระทำ เด็กสามารถแก้ปัญหาได้ แม้ว่าจะไม่สามารถอธิบายได้ด้วยคำพูด เด็กจะต้องมีโอกาสที่จะปะทะกับสิ่งแวดล้อมด้วยตนเอง ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับพัฒนาการด้านสติปัญญาและความคิดในขั้นนี้ มีความคิดความเข้าใจของเด็กจะก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เช่น สามารถประสานงานระหว่างกล้ามเนื้อมือ และสายตา เด็กในวัยนี้มักจะทำอะไรซ้ำบ่อยๆ เป็นการเลียนแบบ พยายามแก้ปัญหาแบบลองผิดลองถูก เมื่อสิ้นสุดระยะนี้เด็กจะมีการแสดงออกของพฤติกรรมอย่างมีจุดมุ่งหมายและสามารถแก้ปัญหาโดยการเปลี่ยนวิธีการต่าง ๆ เพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการแต่กิจกรรมการคิดของเด็กวัยนี้ส่วนใหญ่ยังคงอยู่เฉพาะสิ่งที่สามารถสัมผัสได้เท่านั้น
  2. ขั้นก่อนปฏิบัติการคิด (Preoperational Stage) ขั้นนี้เริ่มตั้งแต่อายุ 2-7 ปี แบ่งออกเป็นขั้นย่อยอีก 2 ขั้น คือ
    — ขั้นก่อนเกิดสังกัป (Preconceptual Thought) เป็นขั้นพัฒนาการของเด็กอายุ 2-4 ปี เป็นช่วงที่เด็กเริ่มมีเหตุผลเบื้องต้น สามารถจะโยงความสัมพันธ์ระหว่างเหตุการณ์ 2 เหตุการณ์ หรือมากกว่ามาเป็นเหตุผลเกี่ยวโยงซึ่งกันและกัน แต่เหตุผลของเด็กวัยนี้ยังมีขอบเขตจำกัดอยู่ เพราะเด็กยังคงยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง คือถือความคิดตนเองเป็นใหญ่ และมองไม่เห็นเหตุผลของผู้อื่น ความคิดและเหตุผลของเด็กวัยนี้ จึงไม่ค่อยถูกต้องตามความเป็นจริงนัก นอกจากนี้ความเข้าใจต่อสิ่งต่างๆ ยังคงอยู่ในระดับเบื้องต้น เช่น เข้าใจว่าเด็กหญิง 2 คน ชื่อเหมือนกัน จะมีทุกอย่างเหมือนกันหมด แสดงว่าความคิดรวบยอดของเด็กวัยนี้ยังไม่พัฒนาเต็มที่ แต่พัฒนาการทางภาษาของเด็กเจริญรวดเร็วมาก
    — ขั้นการคิดแบบญาณหยั่งรู้ นึกออกเองโดยไม่ใช้เหตุผล (Intuitive Thought) เป็นขั้นพัฒนาการของเด็ก อายุ 4-7 ปี ขั้นนี้เด็กจะเกิดความคิดรวบยอดเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ รวมตัวดีขึ้น รู้จักแยกประเภทและแยกชิ้นส่วนของวัตถุ เข้าใจความหมายของจำนวนเลข เริ่มมีพัฒนาการเกี่ยวกับการอนุรักษ์ แต่ไม่แจ่มชัดนัก สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้โดยไม่คิดเตรียมล่วงหน้าไว้ก่อน รู้จักนำความรู้ในสิ่งหนึ่งไปอธิบายหรือแก้ปัญหาอื่นและสามารถนำเหตุผลทั่วๆ ไปมาสรุปแก้ปัญหา โดยไม่วิเคราะห์อย่างถี่ถ้วนเสียก่อนการคิดหาเหตุผลของเด็กยังขึ้นอยู่กับสิ่งที่ตนรับรู้ หรือสัมผัสจากภายนอก
  3. ขั้นปฏิบัติการคิดด้านรูปธรรม (Concrete Operation Stage) ขั้นนี้จะเริ่มจากอายุ 7-11 ปี พัฒนาการทางด้านสติปัญญาและความคิดของเด็กวัยนี้สามารถสร้างกฎเกณฑ์และตั้งเกณฑ์ในการแบ่งสิ่งแวดล้อมออกเป็นหมวดหมู่ได้ เด็กวัยนี้สามารถที่จะเข้าใจเหตุผล รู้จักการแก้ปัญหาสิ่งต่างๆ ที่เป็นรูปธรรมได้ สามารถที่จะเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องความคงตัวของสิ่งต่างๆ โดยที่เด็กเข้าใจว่าของแข็งหรือของเหลวจำนวนหนึ่งแม้ว่าจะเปลี่ยนรูปร่างไปก็ยังมีน้ำหนัก หรือปริมาตรเท่าเดิม สามารถที่จะเข้าใจความสัมพันธ์ของส่วนย่อย ส่วนรวม ลักษณะเด่นของเด็กวัยนี้คือ ความสามารถในการคิดย้อนกลับ นอกจากนั้นความสามารถในการจำของเด็กในช่วงนี้มีประสิทธิภาพขึ้น สามารถจัดกลุ่มหรือจัดการได้อย่างสมบูรณ์ สามารถสนทนากับบุคคลอื่นและเข้าใจความคิดของผู้อื่นได้ดี
  4. ขั้นปฏิบัติการคิดด้วยนามธรรม (Formal Operational Stage) นี้จะเริ่มจากอายุ 11-15 ปี ในขั้นนี้พัฒนาการทางสติปัญญาและความคิดของเด็กวัยนี้เป็นขั้นสุดยอด คือเด็กในวัยนี้จะเริ่มคิดแบบผู้ใหญ่ ความคิดแบบเด็กจะสิ้นสุดลง เด็กจะสามารถที่จะคิดหาเหตุผลนอกเหนือไปจากข้อมูลที่มีอยู่ สามารถที่จะคิดแบบนักวิทยาศาสตร์ สามารถที่จะตั้งสมมุติฐานและทฤษฎี และเห็นว่าความเป็นจริงที่เห็นด้วยการรับรู้ที่สำคัญเท่ากับความคิดกับสิ่งที่อาจจะเป็นไปได้ เด็กวัยนี้มีความคิดนอกเหนือไปกว่าสิ่งปัจจุบัน สนใจที่จะสร้างทฤษฎีเกี่ยวกับทุกสิ่งทุกอย่างและมีความพอใจที่จะคิดพิจารณาเกี่ยวกับสิ่งที่ไม่มีตัวตน หรือสิ่งที่เป็นนามธรรมพัฒนาการทางการรู้คิดของเด็กในช่วงอายุ 6 ปีแรกของชีวิต ซึ่งเพียเจต์ ได้ศึกษาไว้เป็นประสบการณ์ สำคัญที่เด็กควรได้รับการส่งเสริม มี 6 ขั้น ได้แก่
    1. ขั้นความรู้แตกต่าง (Absolute Differences) เด็กเริ่มรับรู้ในความแตกต่างของสิ่งของที่มองเห็น
    2. ขั้นรู้สิ่งตรงกันข้าม (Opposition) ขั้นนี้เด็กรู้ว่าของต่างๆ มีลักษณะตรงกันข้ามเป็น 2 ด้าน เช่น มี-ไม่มี หรือ เล็ก-ใหญ่
    3. ขั้นรู้หลายระดับ (Discrete Degree) เด็กเริ่มรู้จักคิดสิ่งที่เกี่ยวกับลักษณะที่อยู่ตรงกลางระหว่างปลายสุดสองปลาย เช่น ปานกลาง น้อย
    4. ขั้นความเปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง (Variation) เด็กสามารถเข้าใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสิ่งต่างๆ เช่น บอกถึงความเจริญเติบโตของต้นไม้
    5. ขั้นรู้ผลของการกระทำ (Function) ในขั้นนี้เด็กจะเข้าใจถึงความสัมพันธ์ของการเปลี่ยนแปลง
    6. ขั้นการทดแทนอย่างลงตัว (Exact Compensation) เด็กจะรู้ว่าการกระทำให้ของสิ่งหนึ่งเปลี่ยนแปลงย่อมมีผลต่ออีกสิ่งหนึ่งอย่างทัดเทียมกัน

     

    กระบวนการพัฒนาการทางสติปัญญา ฌอง เพียเจต์มีลักษณะดังนี้

    1. การซึมซับหรือการดูดซึม (assimilation) เป็นกระบวนการทางสมองในการรับประสบการณ์ เรื่องราว และข้อมูลต่าง ๆ เข้ามาสะสมเก็บไว้เพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป
    2. การปรับและจัดระบบ (accommodation) คือ กระบวนการทางสมองในการปรับประสบการณ์เดิมและประสบการณ์ใหม่ให้เข้ากันเป็นระบบหรือเครือข่ายทางปัญญาที่ตนสามารถเข้าใจได้ เกิดเป็นโครงสร้างทางปัญญาใหม่ขึ้น
    3. การเกิดความสมดุล (equilibration) เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นจากขั้นของการปรับ หากการปรับเป็นไปอย่างผสมผสานกลมกลืนก็จะก่อให้เกิดสภาพที่มีความสมดุลขึ้น หากบุคคลไม่สามารถปรับประสบการณ์ใหม่และประสบการณ์เดิมให้เข้ากันได้ ก็จะเกิดภาวะความไม่สมดุลขึ้น ซึ่งจะก่อให้เกิดความขัดแย้งทางปัญญาขึ้นในตัวบุคคล

      การนำไปใช้ในการจัดการศึกษา / การสอน

      เมื่อทำงานกับนักเรียน ผู้สอนควรคำนึงถึง พัฒนาการทางสติปัญญา ฌอง เพียเจต์ ของนักเรียนดังต่อไปนี้
      • นักเรียนที่มีอายุเท่ากันอาจมีขั้นพัฒนาการทางสติปัญญาที่แตกต่างกัน ดังนั้นจึงไม่ควรเปรียบเทียบเด็ก ควรให้เด็กมีอิสระที่จะเรียนรู้และพัฒนาความสามารถของเขาไปตามระดับพัฒนาการของเขา นักเรียนแต่ละคนจะได้รับประสบการณ์ 2 แบบคือ
      • ประสบการณ์ทางกายภาพ (physical experiences) จะเกิดขึ้นเมื่อนักเรียนแต่ละคนได้ปฏิสัมพันธ์กับวัตถุต่าง ในสภาพแวดล้อมโดยตรง
        ประสบการณ์ทางตรรกศาสตร์ (Logicomathematical experiences) จะเกิดขึ้นเมื่อนักเรียนได้พัฒนาโครงสร้างทางสติปัญญาให้ความคิดรวบยอดที่เป็นนามธรรม
      • หลักสูตรที่สร้างขึ้นบนพื้นฐานทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของเพียเจต์ ควรมีลักษณะดังต่อไปนี้คือ
        –เน้นพัฒนาการทางสติปัญญาของผู้เรียนโดยต้องเน้นให้นักเรียนใช้ศักยภาพของตนเองให้มากที่สุด
        –เสนอการเรียนการเสนอที่ให้ผู้เรียนพบกับความแปลกใหม่
        –เน้นการเรียนรู้ต้องอาศัยกิจกรรมการค้นพบ
        –เน้นกิจกรรมการสำรวจและการเพิ่มขยายความคิดในระหว่างการเรียนการสอน
        –ใช้กิจกรรมขัดแย้ง (cognitive conflict activities) โดยการรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นนอกเหนือจากความคิดเห็นของตนเอง
      • การสอนที่ส่งเสริมพัฒนาการทางสติปัญญาของผู้เรียนควรดำเนินการดังต่อไปนี้
        –ถามคำถามมากกว่าการให้คำตอบ
        –ครูผู้สอนควรจะพูดให้น้อยลง และฟังให้มากขึ้น
        –ควรให้เสรีภาพแก่นักเรียนที่จะเลือกเรียนกิจกรรมต่าง ๆ
        –เมื่อนักเรียนให้เหตุผลผิด ควรถามคำถามหรือจัดประสบการณ์ให้นักเรียนใหม่ เพื่อนักเรียนจะได้แก้ไขข้อผิดพลาดด้วยตนเอง
        –ชี้ระดับพัฒนาการทางสติปัญญาของนักเรียนจากงานพัฒนาการทางสติปัญญาขั้นนามธรรมหรือจากงานการอนุรักษ์ เพื่อดูว่านักเรียนคิดอย่างไร
        –ยอมรับความจริงที่ว่า นักเรียนแต่ละคนมีอัตราพัฒนาการทางสติปัญญาที่แตกต่างกัน
        –ผู้สอนต้องเข้าใจว่านักเรียนมีความสามารถเพิ่มขึ้นในระดับความคิดขั้นต่อไป
        –ตระหนักว่าการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นเพราะจดจำมากกว่าที่จะเข้าใจ เป็นการเรียนรู้ที่ไม่แท้จริง (pseudo learning)
      • ในขั้นประเมินผล ควรดำเนินการสอนต่อไปนี้
        –มีการทดสอบแบบการให้เหตุผลของนักเรียน
        –พยายามให้นักเรียนแสดงเหตุผลในการตอนคำถามนั้น ๆ
        –ต้องช่วยเหลือนักเรียนทีมีพัฒนาการทางสติปัญญาต่ำกว่าเพื่อร่วมชั้น

    สรุปว่า

               “พัฒนาการของเด็กสามารถอธิบายได้โดยลำดับระยะพัฒนาทางชีววิทยาที่คงที่ แสดงให้ปรากฏโดยปฏิสัมพันธ์ของเด็กกับสิ่งแวดล้อม

ขอบคุณข้อมูลจาก edunewbox.blogspot

line-qr

เกาะติดข่าวการศึกษา

กดติดตาม "ข่าวการศึกษา"

single-line
มาเข้ากลุ่มกันค่ะ
รูปภาพของ ครูประถม.คอม
ชมรมครู แห่งประเทศไทย
พูดคุยแลกเปลี่ยน ความรู้ สังคมแห่งการแบ่งปันวิชาการ ข่าวการศึกษา
รูปภาพของ ครูประถม.คอม
ครู ป.๕ สื่อ แผนการสอน ใบงาน ข้อสอบ
รวม ครูป.5 น่ารัก แบ่งปันสื่อการสอน แผนการสอน ค่ะ
group
ชุมชน ครูโรงเรียนประถมศึกษา ช่วยเหลือ แจ้งข่าว
ชุมชนครูประถม ร่วมกันแชร์ ข่าวการศึกษา แบ่งปัน สื่อ แผน ข้อสอบครู เอกสาร สื่อการสอน วิทยฐานะ และอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นครูประถม โรงเรียน เอกชน รัฐ เราก็คือ "ครู" มาร่วมกันแบ่งปันสร้างสังคม เพื่อพัฒนาอาชีพครู ไปพร้อมกับเรา ครูประถม.คอม
รูปภาพของ ครูประถม.คอม
ลงประกาศงานราชการ รับสมัครงาน ทั่วไทย ภาครัฐ เอกชน ฯลฯ.
ลงประกาศข่าว รับสมัครงาน ทั่วไทย ภาครัฐ เอกชน ฯลฯ. ฝากข่าว ลงข่าว หางาน ลงประกาศฟรี บอกต่อ ข่าวรับสมัครงาน ฟรี
รูปภาพของ ครูประถม.คอม
ชมรมครูธุรการโรงเรียน
สอนถามปัญหา การเตรียมตัว ความพร้อมการจักการสนับสนุนงานโรงเรียน ปรึกษา ปัญหา การทำงาน แชร์ประสบการณ์ แนะนำแนวทางความก้าวหน้าในหน้าที่
รูปภาพของ ครูประถม.คอม
แชร์ข่าว ประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ผลงาน ข่าวการศึกษา
แจ้งข่าว ประชาสัมธ์งาน กิจกรรม ฝากเผยแพร่ผลงาน เกี่ยวกับการศึกษาไทย BY ครูประถม.
รูปภาพของ ครูประถม.คอม
สอบครู ติวข้อสอบเอง 63 ภาค ก,ข
ติวเอง อ่านเอง ข้อสอบ ภาค ก ภาค ข ฟรี #ติวสอบครู ติวสอบครูผู้ช่วยปี ติวสอบ อปท ติวสอบครูผู้ช่วยกรณีพิเศษปี ข้อสอบ ฟรี ฝึกทำข้อสอบครูผู้ช่วย แจก ข้อสอบฟรี
รูปภาพของ ครูประถม.คอม
ชมรมครูภาษาไทยแห่งประเทศไทย
รวมครูสอนภาษาไทย ป.1-3 แนะนำ แบ่งปันประสบการณ์
รูปภาพของ ครูประถม.คอม
รับซื้อ-ฝากขาย สื่อการสอน ใบงาน แบบฝึกหัด โดยครูประถม.คอม
รับซื้อ-ฝากขาย สื่อการสอน ใบงาน แบบฝึกหัดเพื่อครูที่กำลังอยากสร้างรายได้เสริมโดยการผลิตสื่อ ท่านสามารถนำมาแบ่งปัน ลงประกาศขาย ครูประถมพร้อมเป็นสื่อกลางในการช่วยนำเสนอ
รูปภาพของ ครูประถม.คอม
ครูอยากเล่า ครูStory
บอกเล่าเรื่องราวผ่านตัวอักษร สำหรับอาชีพครูเพื่อส่งต่อความสุขประสบการณ์สำหรับเพื่อนครูทุกท่าน
รูปภาพของ ครูประถม.คอม
โรงเรียนของหนู
โรงเรียนของหนู คือกลุ่ม โรงเรียนที่ขาดแคลนช่องทางสำหรับทั้งผู้ให้และผู้รับที่จะสามารถเชื่อมต่อถึงกันเพื่อร่วมกันสร้างโอกาสทางการศึกษากับนักเรียนในถิ่นทุรกันดารหาโรงเรียนจัดค่ายอาสา หาโรงเรียนจัดงาน สนับสนุน งบประมาณ บริจาคโรงเรียน จิตอาสา ทำค่าย
รูปภาพของ ครูประถม.คอม
แชร์ข่าวงานราชการ บอกต่อ ฟรี
บอกต่อ แชร์ข่าว เปิดรับสมัครงาน ฟรี ไม่มีกฎ
รูปภาพของ ครูประถม.คอม
ชมรมครูคอมพิวเตอร์แห่งประเทศไทย
รวมครูสอนคอมแลกเปลี่ยประสบการ แนะนำที่อบรม
รูปภาพของ ครูประถม.คอม
แชร์ประสบการณ์คุณแม่มือใหม่
วิธีเลี้ยงเด็ก หาสถานที่รับเลี้ยงเด็กเล็ก แชร์ประสบการณ์การเลี้ยง คุณแม่ อยากเล่าหาโรงเรียน พูดคุยปัญหาลูกในวัยเรียน ขอคำปรึกษา ปัญหาเด็กเล็กช่วยกันแก้ แชร์ประสบการณ์การเลี้ยงลูกเล็ก
รูปภาพของ ครูประถม.คอม
สอบครู63 (อ่านเอง ฝึกทำข้อสอบ)
เชื่อคำว่า แบ่งปันจะทำให้เกิดการเรียนรู้ที่ดี สำหรับท่านที่กำลังอ่านหนังสือเตรียมสอบ ท่านสามารถร่วบแชร์ ข้อสอบ หรือแนวทางการอ่านสอบครูผู้ช่วย ได้ที่นี่

ส่งต่อข่าวการศึกษา
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
You might also like
Comments
Loading...