fbpx

Disruptive technologies เทคโนโลยีที่เข้ามาเปลี่ยนให้มีความก้าวหน้า

ข่าวการศึกษา น่าสนใจ
1 of 52
ส่งต่อข่าวการศึกษา
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

ปัจจุบันโลกเปลี่ยนไปมากค่ะ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทุกคนจึงต้องปรับตัวเสมอ สมัยก่อน เด็กจะคอยถามผู้ใหญ่ ปัจจุบันผู้ใหญ่ต้องคอยถามเด็กในเรื่องของการใช้เทคโนโลยี ครูประถม จึงขอนำบทความดีดี เทคโนโลยีเปลี่ยนโลก (Disruptive technologies) มาฝากครูทุกท่านค่ะ

Disruptive คือ ความวุ่น ความป่วน ที่เข้ามาเปลี่ยน อย่างรวดเร็ว Disruptive technologies คือเทคโนโลยีที่เข้ามาเปลี่ยนให้มีความก้าวหน้า และสามารถเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินชีวิต การประกอบธุรกิจ และเศรษฐกิจโลก โดยในรายงานของ McKinsey Global Institute ได้ระบุเทคโนโลยี 12 ประเภท ที่จะเข้ามามีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงโลก ได้แก่

1. อินเทอร์เน็ตไร้สาย
2. เทคโนโลยีอัตโนมัติในด้านการวิเคราะห์
3. Internet of Things
4. Cloud Computing
5. เทคโนโลยีหุ่นยนต์
6. ยานพาหนะไร้คนขับหรือกึ่งไร้คนขับ
7. เทคโนโลยีชีวภาพ (genomics)
8. อุปกรณ์หรือระบบกักเก็บพลังงาน
9. เทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ
10. เทคโนโลยีวัสดุชาญฉลาด
11. เทคโนโลยีสำรวจและขุดเจาะน้ำมัน
12. เทคโนโลยีพลังงานทดแทน

McKinsey Global Institute ได้ประเมินอีกด้วยว่า การใช้เทคโนโลยีทั้ง 12 ประเภทดังกล่าว จะสามารถทำให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจ มูลค่ารวมประมาณ 14 – 33 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อปี ในปี 2025 ซึ่งการประเมินดังกล่าว ไม่ใช่แค่เพียงการคาดเดา แต่เป็นการวิเคราะห์เชิงลึก จากการใช้งานที่สำคัญ และสามารถสร้างมูลค่าได้ได้หลายๆแนวทาง รวมทั้งความต้องการส่วนเกินของผู้บริโภค (consumer surplus) ซึ่งเป็นผลมาจากผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้น มีราคาถูกลง สิ่งแวดล้อมที่สะอาดมากขึ้น และดีต่อสุขภาพมากขึ้น

“ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีได้มาถึงจุดที่ทำให้รูปแบบการดำเนินชีวิต การประกอบธุรกิจ และเศรษฐกิจโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรุนแรง”

เทคโนโลยีใหม่ๆที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอินเทอร์เน็ตไร้สาย ยานพาหนะไร้คนขับ (Autonomous vehicles) และเทคโนโลยีพันธุกรรมขั้นสูง (advanced genomics) ต่างมีศักยภาพในการเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินชีวิตและการทำงานได้อย่างแท้จริง ผู้นำทั้งในส่วนของหน่วยงานภาครัฐและภาคธุรกิจต้องไม่เพียงแค่รับรู้ถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่ยังต้องเริ่มเตรียมความพร้อมสำหรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นอีกด้วย

เทคโนโลยีที่เกิดขึ้นใหม่ในช่วงทศวรรษนี้ ได้มาถึงจุดเปลี่ยนที่ยิ่งใหญ่ ของภาครัฐและภาคธุรกิจ อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีที่เกิดใหม่ทุกชนิดไม่สามารถทำให้ลักษณะของธุรกิจหรือสังคมเปลี่ยนแปลงได้ทั้งหมด มีเทคโนโลยีบางประเภทเท่านั้นที่มีศักยภาพอย่างแท้จริง ที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อสถานการณ์ปัจจุบันอย่างมาก โดยสามารถเปลี่ยนแปลงวิถีการดำเนินชีวิตและการปฏิบัติงานของผู้คน เกิดวิธีคิดในการให้มูลค้าต่อทรัพย์สินแบบใหม่ โดยทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูงมากอาจจะเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ ดังนั้น จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้นำภาครัฐและภาคธุรกิจที่ทำหน้าที่กำหนดนโยบายทั้งหลาย จะต้องเข้าใจว่าเทคโนโลยีใดมีผลกระทบอย่างแท้จริง เพื่อจะได้เตรียมความพร้อมอย่างเหมาะสม

เทคโนโลยีหุ่นยนต์ขั้นสูง (Advanced robotics) – คือหุ่นยนต์หรือเครื่องมือที่ทำงานด้วยหุ่นยนต์ มีความคล่องแคล่วและมีความเป็นอัจฉริยะมากขึ้น สามารถปฏิบัติงานที่ละเอียดอ่อนมากได้โดยอัตโนมัติ เทคโนโลยีเหล่านี้ยังก่อให้เกิดประโยชน์ที่สำคัญแก่สังคมอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นระบบผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ ที่ช่วยทำการผ่าตัดแบบแผลเล็ก และหุ่นยนต์ที่ประกบกับตัวมนุษย์เพื่อช่วยการเคลื่อนไหวผู้พิการและผู้สูงอายุ

เทคโนโลยีทางชีวภาพและพันธุกรรม เป็นการนำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ พร้อมด้วยขีดความสามารถด้านการประมวลผลด้วยคอมพิวเตอร์และการวิเคราะห์ขั้นสูง ซึ่งช่วยทำให้เรามีความเข้าใจเรื่องการปรับแต่งพันธุกรรมของมนุษย์เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นจึงทำให้ความสามารถในการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม และพัฒนาการวินิจฉัยและการรักษาโรคได้ดียิ่งขึ้น การศึกษาเรื่องเทคโนโลยีทางพันธุกรรม ยังทำให้เกิดความก้าวหน้าในความเข้าใจด้านพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ ด้วยเช่นเดียวกัน ที่อาจสร้างโอกาสในการพัฒนาประสิทธิภาพด้านการเกษตรและสร้างมูลค่าให้สูงขึ้น

อุปกรณ์และระบบสำหรับเก็บพลังงาน (Energy-storage) เช่น แบตเตอร์รี่ลิเธียม-อิออน และเซลล์เชื้อเพลิงที่ใช้งานกับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าและระบบไฮบริด รวมไปถึงสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่พกพาได้นับล้านๆชิ้น ซึ่งในอนาคตอันใกล้ ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการกักเก็บพลังงาน จะทำให้เกิดการแข่งขันด้านราคาของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า สามารถนำพลังงานไฟฟ้าไปใช้ยังพื้นที่ห่างไกลในประเทศที่กำลังพัฒนา และสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบจ่ายไฟฟ้าให้ดียิ่งขึ้น

ประโยชน์ของเทคโนโลยีต่างๆ ที่ได้กล่าวถึงไปนั้นจะมีบทบาทต่อโลกในอนาคตอันใกล้ และยังเป็นความท้าทายในการเตรียมความพร้อมสำหรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นอีกด้วย หากผู้นำทางธุรกิจและหน่วยงานภาครัฐ รอจนกว่าเทคโนโลยีเหล่านี้มีอิทธิพลอย่างเต็มที่ต่อระบบเศรษฐกิจ จะเป็นการสายเกินไปที่จะทำให้ได้รับผลประโยชน์จากเทคโนโลยีดังกล่าว

ผู้นำทางธุรกิจ ควรหมั่นปรับปรุงกลยุทธ์ขององค์กร ในขณะที่เทคโนโลยีมีวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าองค์กรจะสามารถก้าวไปข้างหน้า และใช้เทคโนโลยีต่างๆ เพื่อการพัฒนาองค์กรให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น เทคโนโลยีจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงรูปแบบและวิธีการทางธุรกิจ สร้างผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ทั้งหมด และยังยกระดับมูลค่าทั้งหมดระหว่างผู้ผลิต หรือจากผู้ผลิตไปสู่ผู้บริโภคด้วย องค์กรส่วนใหญ่จำเป็นต้องปรับรูปแบบธุรกิจ (business model) เพื่อให้เกิดมูลค่า ซึ่งผู้นำจะต้องวางแผนสำหรับสถานการณ์ต่างๆ โดยไม่สนใจข้อสันนิษฐานที่ว่าการแข่งขันและความเสี่ยงสามารถมาจากที่ใดได้บ้าง รวมทั้งไม่กลัวที่จะมองไปให้ไกลกว่ารูปแบบธุรกิจที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน นอกจากนี้องค์กรยังต้องหมั่นรักษาทักษะของพนักงาน ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง และสร้างความสมดุลระหว่างประโยชน์ที่จะได้รับจากเทคโนโลยีใหม่ กับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นด้วยเช่นกัน

ผู้กำหนดนโยบาย สามารถใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการรับมือต่อความท้าทายใหม่ๆ เช่น ใช้ Internet of Things ช่วยในการพัฒนาการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งการดำเนินงานโดยทั่วไปจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ดำเนินงานจำเป็นต้องมีความรู้ และมีการฝึกอบรมอยู่เสมอ เพื่อให้สามารถรับมือต่อความท้าทายที่เกิดจากเทคโนโลยีใหม่ โดยผู้กำหนดนโยบายจะสามารถใช้เทคโนโลยีเฉพาะด้านบางอย่าง เข้ามาช่วยรับมือด้านความสามารถในการผลิตที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การส่งมอบบริการต่อสาธารณะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น หน่วยงานภาครัฐจะทำให้เกิดความสมดุลระหว่างความจำเป็นในการส่งเสริมให้เกิดการเจริญเติบโตทางเทคโนโลยี กับความรับผิดชอบต่อสวัสดิการของสังคม เนื่องจากเทคโนโลยีใหม่จะเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบทางเศรษฐกิจและการดำเนินชีวิตของทุกคนในสังคม

it24hrs.com

โดย พ.อ. ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ

ประธาน กทค. และรองประธาน กสทช.

“ในช่วงเวลาจากนี้ไปเทคโนโลยีดังกล่าว จะทำให้เกิดการประยุกต์ใช้ในทุกอุตสาหกรรม เช่น การควบคุมเครื่องจักรและเครื่องยนต์ที่ชาญฉลาด (machine intelligence), เครือข่ายเว็ปเคลื่อนที่ (ubiquitous web), โมบายบรอดแบนด์ (Mobile Broadband) และยานพาหนะไร้คนขับ (unmanned vehicles) ไปจนถึงซอฟต์แวร์ที่สามารถแปลภาษาได้ทุกภาษา โดยเทคโนโลยีที่เหล่านี้จะทำลายอุปสรรคที่มนุษย์จะเข้าถึงการศึกษา การบริการสาธารณสุข อีกทั้งการปฏิวัติด้านดิจิทัลจะทำให้เกิดการสร้างงานอย่างมหาศาล และในทางกลับกันก็จะทำลายตำแหน่งงานรูปแบบเดิมออกไปจนสิ้น ”


ส่งต่อข่าวการศึกษา
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

แสดงความคิดเห็น