fbpx
Take a fresh look at your lifestyle.

สะเต็มศึกษา (STEM Education)

ส่งต่อข่าวการศึกษา
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

สะเต็มศึกษา (STEM Education) คือ แนวทางการศึกษาที่ได้บูรณาการความรู้ระหว่างศาสตร์วิชาต่างๆเช่น ความรู้ทางวิทยาศาสตร์  ความรู้ทางด้านเทคโนโลยี ความรู้ทางด้านวิศวกรรม และความรู้ด้านคณิตศาสตร์  รวมเข้าด้วยกัน
– Science เป็นวิชาที่ว่าด้วยการศึกษาปรากฏการณ์ต่างๆ ในธรรมชาติ โดยอาศัยกระบวนการสืบเสาะทางวิทยาศาสตร์ (Scientific Inquiry)
-Technology เป็นวิชาที่ว่าด้วยกระบวนการทำงานที่มีการประยุกต์ศาสตร์สาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง มาใช้ในการแก้ปัญหา ปรับปรุงแก้ไขหรือพัฒนาสิ่งต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการ หรือความจำเป็นของมนุษย์
-Engineering เป็นวิชาที่เกี่ยวกับการสร้างสรรค์นวัตกรรมหรือสร้างสิ่งต่างๆ เพื่อมาอำนวยความสะดวกของมนุษย์ โดยอาศัยความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และกระบวนการทางเทคโนโลยี มาประยุกต์ใช้สร้างสรรค์ชิ้นงานนั้นๆ
-Mathematics เป็นวิชาที่ว่าด้วยการศึกษาเกี่ยวกับการคำนวณ หรือ วิชาที่เกี่ยวกับการคำนวณ เป็นพื้นฐานสำคัญในการศึกษาและต่อยอดทางวิศวกรรมศาสตร์

จุดเริ่มต้นของแนวคิด สะเต็มศึกษา (STEM EDUCATION)

เนื่องจากว่าประเทศสหรัฐอเมริกาได้ประสบปัญหาเรื่อง ผลการทดสอบ PISA ของสหรัฐอเมริกา ที่ต่ำกว่าหลายประเทศ และส่งผลต่อขีดความสามารถด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และวิศวกรรม ดังนั้นรัฐบาลจึงมีนโยบาย ส่งเสริมการศึกษาโดยพัฒนา STEM Education ขึ้นมา เพื่อหวังว่าจะช่วยยกระดับผลการทดสอบ PISA (Program for International Student Assessment) และ TIMSS การทดสอบด้านคณิตวิทยาศาสตร์ระดับสากล (Trends in International Mathematics and Science Study)ให้สูงขึ้น และจะเป็นแนวทางหนึ่งในการส่งเสริมทักษะที่จำเป็นสำหรับผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (21st Century skills) เช่น
1.   ด้านปัญญา ผู้เรียนสามารถเข้าใจเนื้อหา
2.   ด้านทักษะการคิด ผู้เรียนสามารถพัฒนาทักษะการคิด โดยเฉพาะการคิดขั้นสูง เช่น การคิดวิเคราะห์ การคิดสร้างสรรค์ ฯลฯ
3.   ด้านคุณลักษณะ ผู้เรียนสามารถมีทักษะการทำงานกลุ่มทักษะการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ

(STEM Education)

ดังนั้นสะเต็มศึกษานั้นจึงไม่ใช่เรื่องใหม่แต่เป็นการต่อยอดหลักสูตรโดยการบูรณาการการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยีและกระบวนการทางวิศวกรรมศาสตร์ เพื่อเน้นการนำความรู้ไปใช้แก้ปัญหาในการดำเนินชีวิตรวมทั้งเพื่อให้สามารถพัฒนากระบวนการหรือผลผลิตใหม่ที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพในอนาคต อีกทั้งวิชาทั้งสี่เป็นวิชาทีมีความสำคัญอย่างมากการกับการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ การพัฒนาคุณภาพชีวิต และ ความมั่นคงของประเทศ ซึ่งล้วนเป็นวิชาที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้มีความรู้ความสามารถที่จะดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพในโลกศตวรรษที่ 21

แนวทางการนำ STEM Education ในการพัฒนาทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21
ในประเทศไทย
เพื่อการนำ STEM Education มาใช้ในประเทศไทยให้บรรลุวัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึง การทำความเข้าใจ การศึกษาถึงแนวทางที่ถูกต้อง ผลการศึกษาวิจัยและองค์ประกอบอื่นๆที่เกี่ยวข้องด้วย
โดยความร่วมมือระหว่างสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ จะสร้างศูนย์เรียนรู้นำร่อง 10 จังหวัด แต่ละจังหวัดจะมีจำนวน 3 โรงเรียน รวม 30 โรงเรียน ในปี พ.ศ. 2556 เพื่อสร้างแนวทางการดำเนินงานและวัดผลให้เป็นรูปธรรม และหลังจากนั้นจึงจะได้ขยายไปสู่วงกว้างต่อไป จึงอาจกล่าวได้ว่า โครงการ “สะเต็มศึกษา” เป็นนวัตกรรมการจัดการศึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อสร้างคนไทยรุ่นใหม่ ให้มีทักษะในการสร้างนวัตกรรม ที่จะช่วยเสริมความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

สเต็มศึกษา(STEM Education) มีความสำคัญอย่างไร?

            ในสังคมโลกในขณะนี้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วด้วยความก้าวหน้าเทคโนโลยีการสื่อสารก่อให้เกิดปรากฏการณ์ที่มีข้อมูลข่าวสารจำนวนมหาศาลอยู่ในแหล่งต่างๆ รวมถึงการที่ต้องแข่งขันกันเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจการค้าทำให้ทุกประเทศต้องเร่งพัฒนาประชากรของตนให้มีคุณภาพสูงขึ้นเพื่อให้สามารถดำรงชีวิตและแข่งขันในตลาดแรงงานกับนานาอารยะประเทศได้ เพราะฉะนั้นจึงต้องมีการปรับหลักสูตรโดยบูรณาการการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์เทคโนโลยีและกระบวนการทางวิศวกรรมศาสตร์ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตจริงและการประกอบอาชีพในอนาคต ส่วนของผู้สอนและผู้เรียนก็ต้องมีปรับเปลี่ยนตนเองให้มีทักษะที่จำเป็นในการเป็นผู้สอนและผู้เรียนสำหรับการจัดการศึกษาในศตวรรษที่ 21ซึ่งกำลังเป็นหัวข้อที่ได้รับความสนใจกล่าวถึงกันอย่างมากในวงวิชาการ

                สำหรับในประเทศไทย กระทรวงศึกษาธิการได้เร่งผลักดันแนวทางการจัดการศึกษาที่บูรณาการวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมเทคโนโลยี และคณิตศาสตร์ (Science Technology Engineering and Mathematics Education : STEM)หรือที่เรียกว่า ระบบ “สเต็มศึกษา”เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่การศึกษาไทยและการศึกษาในประชาคมอาเซียนเริ่มจากความร่วมมือในการประชุมเชิงปฏิบัติการของผู้บริหารสถานศึกษาในภูมิภาคอาเซียน เพื่อสร้างวิสัยทัศน์การเป็นผู้นำทางวิชาการ มีความรู้ความเข้าใจ และกลวิธีในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อปรับการเรียนเปลี่ยนการสอนของครูในโรงเรียนต่อไปซึ่งการประชุมนี้ได้นำไปขยายผลภายในประเทศเพื่อระดมความคิดมาแล้วหลายครั้ง โดย สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)ซึ่งรับผิดชอบเกี่ยวกับหลักสูตรการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี ได้จัดทำร่างแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาการเรียนรู้วิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี พ.ศ. 2555 –2559 โดยตั้งเป้าจะพัฒนาเด็กไทยให้มีความสามารถระดับนานาชาติภายในปี 2570 หรือผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ของนักเรียนทุกช่วงชั้นจะต้องเพิ่มขึ้นร้อยละ 4 ต่อปีซึ่งจะวัดผลจากการสอบโอเน็ตซึ่งเป้าหมายนี้จะใช้ระบบ“สเต็มศึกษา”เป็นกลยุทธ์หลักในการพัฒนา(อ้างอิง :นางสาวปัณญานัตย์ วิเศษสมวงศ์ ส่วนอาเซียนสำนักการประชาสัมพันธ์ต่างประเทศจากบทความออนไลน์http://www.aseanthai.net/special-news-detail.php?id=127)

            ตัวอย่างโครงการหนึ่งของ สสวท. เป็นการจัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ เมื่อวันที่10 – 11 มกราคม พ.ศ. 2556  มีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้เกี่ยวกับสเต็มศึกษา โดยเชิญ Prof. Mitchell J. Nathan ผู้เชี่ยวชาญด้าน Cognitive Psychology จาก University of Wisconsin, Madison มาเป็นวิทยากร ซึ่ง คุณรักษพล   ธนานุวงศ์ ตำแหน่งนักวิชาการ  สสวท. ได้เผยแพร่ ข้อมูลเกี่ยวกับ STEM Education ผ่านบทความออนไลน์ เรื่อง “รายงานสรุปการอบรมเชิงปฏิบัติการ STEM Education”  ไว้อย่างน่าสนใจ สามารถติดตามอ่านเพื่อศึกษาความรู้ได้ผ่านทางเว็บไซต์ของสสวท.ที่ลิงค์http://secondsci.ipst.ac.th/index.php?

 ข้อสังเกตวิธีการที่นำมาใช้ในการจัดการศึกษา

                ระบบสเต็มศึกษามุ่งส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมหรือโครงงานที่มุ่งแก้ไขปัญหาที่พบเห็นในชีวิตจริง เพื่อสร้างเสริมประสบการณ์ ทักษะชีวิต ความคิดสร้างสรรค์ นำไปสู่การสร้างนวัตกรรม ผู้เรียนที่มีประสบการณ์ในการทำกิจกรรมหรือโครงงานสเต็มจะมีความพร้อมที่จะไปปฏิบัติงานที่ต้องใช้องค์ความรู้ และทักษะด้านวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีในภาคการผลิต และการบริการที่สำคัญต่ออนาคตของประเทศ เช่น การเกษตร อุตสาหกรรม การพลังงาน การจัดการสิ่งแวดล้อมการบริการสุขภาพ การคมนาคม และลอจิสติกส์ เป็นต้น (อ้างอิงข้อมูจากบทความออนไลน์http://th.wikipedia.org/ หัวข้อ“สะเต็มศึกษา”)

แหล่งที่มา: gammaco.com

line-qr

เกาะติดข่าวการศึกษา

กดติดตาม "ข่าวการศึกษา"

single-line
มาเข้ากลุ่มกันค่ะ
รูปภาพของ ครูประถม.คอม
ชมรมครู แห่งประเทศไทย
พูดคุยแลกเปลี่ยน ความรู้ สังคมแห่งการแบ่งปันวิชาการ ข่าวการศึกษา
รูปภาพของ ครูประถม.คอม
ครู ป.๕ สื่อ แผนการสอน ใบงาน ข้อสอบ
รวม ครูป.5 น่ารัก แบ่งปันสื่อการสอน แผนการสอน ค่ะ
group
ชุมชน ครูโรงเรียนประถมศึกษา ช่วยเหลือ แจ้งข่าว
ชุมชนครูประถม ร่วมกันแชร์ ข่าวการศึกษา แบ่งปัน สื่อ แผน ข้อสอบครู เอกสาร สื่อการสอน วิทยฐานะ และอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นครูประถม โรงเรียน เอกชน รัฐ เราก็คือ "ครู" มาร่วมกันแบ่งปันสร้างสังคม เพื่อพัฒนาอาชีพครู ไปพร้อมกับเรา ครูประถม.คอม
รูปภาพของ ครูประถม.คอม
ลงประกาศงานราชการ รับสมัครงาน ทั่วไทย ภาครัฐ เอกชน ฯลฯ.
ลงประกาศข่าว รับสมัครงาน ทั่วไทย ภาครัฐ เอกชน ฯลฯ. ฝากข่าว ลงข่าว หางาน ลงประกาศฟรี บอกต่อ ข่าวรับสมัครงาน ฟรี
รูปภาพของ ครูประถม.คอม
ชมรมครูธุรการโรงเรียน
สอนถามปัญหา การเตรียมตัว ความพร้อมการจักการสนับสนุนงานโรงเรียน ปรึกษา ปัญหา การทำงาน แชร์ประสบการณ์ แนะนำแนวทางความก้าวหน้าในหน้าที่
รูปภาพของ ครูประถม.คอม
แชร์ข่าว ประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ผลงาน ข่าวการศึกษา
แจ้งข่าว ประชาสัมธ์งาน กิจกรรม ฝากเผยแพร่ผลงาน เกี่ยวกับการศึกษาไทย BY ครูประถม.
รูปภาพของ ครูประถม.คอม
สอบครู ติวข้อสอบเอง 63 ภาค ก,ข
ติวเอง อ่านเอง ข้อสอบ ภาค ก ภาค ข ฟรี #ติวสอบครู ติวสอบครูผู้ช่วยปี ติวสอบ อปท ติวสอบครูผู้ช่วยกรณีพิเศษปี ข้อสอบ ฟรี ฝึกทำข้อสอบครูผู้ช่วย แจก ข้อสอบฟรี
รูปภาพของ ครูประถม.คอม
ชมรมครูภาษาไทยแห่งประเทศไทย
รวมครูสอนภาษาไทย ป.1-3 แนะนำ แบ่งปันประสบการณ์
รูปภาพของ ครูประถม.คอม
รับซื้อ-ฝากขาย สื่อการสอน ใบงาน แบบฝึกหัด โดยครูประถม.คอม
รับซื้อ-ฝากขาย สื่อการสอน ใบงาน แบบฝึกหัดเพื่อครูที่กำลังอยากสร้างรายได้เสริมโดยการผลิตสื่อ ท่านสามารถนำมาแบ่งปัน ลงประกาศขาย ครูประถมพร้อมเป็นสื่อกลางในการช่วยนำเสนอ
รูปภาพของ ครูประถม.คอม
ครูอยากเล่า ครูStory
บอกเล่าเรื่องราวผ่านตัวอักษร สำหรับอาชีพครูเพื่อส่งต่อความสุขประสบการณ์สำหรับเพื่อนครูทุกท่าน
รูปภาพของ ครูประถม.คอม
โรงเรียนของหนู
โรงเรียนของหนู คือกลุ่ม โรงเรียนที่ขาดแคลนช่องทางสำหรับทั้งผู้ให้และผู้รับที่จะสามารถเชื่อมต่อถึงกันเพื่อร่วมกันสร้างโอกาสทางการศึกษากับนักเรียนในถิ่นทุรกันดารหาโรงเรียนจัดค่ายอาสา หาโรงเรียนจัดงาน สนับสนุน งบประมาณ บริจาคโรงเรียน จิตอาสา ทำค่าย
รูปภาพของ ครูประถม.คอม
แชร์ข่าวงานราชการ บอกต่อ ฟรี
บอกต่อ แชร์ข่าว เปิดรับสมัครงาน ฟรี ไม่มีกฎ
รูปภาพของ ครูประถม.คอม
ชมรมครูคอมพิวเตอร์แห่งประเทศไทย
รวมครูสอนคอมแลกเปลี่ยประสบการ แนะนำที่อบรม
รูปภาพของ ครูประถม.คอม
แชร์ประสบการณ์คุณแม่มือใหม่
วิธีเลี้ยงเด็ก หาสถานที่รับเลี้ยงเด็กเล็ก แชร์ประสบการณ์การเลี้ยง คุณแม่ อยากเล่าหาโรงเรียน พูดคุยปัญหาลูกในวัยเรียน ขอคำปรึกษา ปัญหาเด็กเล็กช่วยกันแก้ แชร์ประสบการณ์การเลี้ยงลูกเล็ก
รูปภาพของ ครูประถม.คอม
สอบครู63 (อ่านเอง ฝึกทำข้อสอบ)
เชื่อคำว่า แบ่งปันจะทำให้เกิดการเรียนรู้ที่ดี สำหรับท่านที่กำลังอ่านหนังสือเตรียมสอบ ท่านสามารถร่วบแชร์ ข้อสอบ หรือแนวทางการอ่านสอบครูผู้ช่วย ได้ที่นี่

ส่งต่อข่าวการศึกษา
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
You might also like
Comments
Loading...