ร่างพระราชบัญญัติ

อนุมัติร่าง พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย

Spread the love
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

  เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2561 คณะรัฐมนตรี ได้มีมติอนุมัติร่างพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. ….   ตามที่คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษาเสนอ ทั้งนี้สาระสำคัญเป็นการกำหนดให้มีคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และมี สำนักงานคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่เป็นหน่วยงานของรัฐ แต่ไม่ใช่ราชการหรือรัฐวิสาหกิจ ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานเลขานุการของคณะกรรมการ โดยกำหนดให้มีระบบพการพัฒนาเด็กปฐมวัยเป็น 4 ช่วง ได้แก่ ช่วงก่อนคลอด , แรกเกิด , ช่วงอายุ 3-6 ปี และช่วงอายุ6-8 ปี ซึ่งเป็นช่วงประถมศึกษา โดยกำหนดให้รัฐและ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ อปท. จัดให้มีและสวัสดิการด้านสาธารณสุข ด้านการศึกษา และด้านสังคมอย่างมีคุณภาพสำหรับเด็กปฐมวัย หญิงมีครรภ์ และบุคคลในครอบครัวของเด็กปฐมวัยอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน โดยไม่เรียกเก็บค่าใช้จ่าย

โดยคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติและรับทราบ ดังนี้

  1. อนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. …. ที่คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษาเสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา โดยให้รับข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี และความเห็นของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ สำนักงานกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา สำนักงาน ก.พ.ร. สำนักงบประมาณ สำนักงาน ก.พ. คณะกรรมการพิจารณาโครงสร้างหน่วยงานและระบบค่าตอบแทนบุคลากรภาครัฐ สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ไปประกอบการพิจารณาด้วย แล้วส่งให้คณะกรรมการประสานงานสภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาก่อนเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติต่อไป
  2. รับทราบแผนในการจัดทำกฎหมายลำดับรอง กรอบระยะเวลา และกรอบสาระสำคัญของกฎหมายลำดับรองที่ออกตามร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ตามที่คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษาเสนอ
  3. ให้ยกเว้นการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2550 (เรื่อง การซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอนการจัดตั้งหน่วยงานของรัฐ) เกี่ยวกับการจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย และให้คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษาเร่งรัดดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว แล้วแจ้งผลไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อประกอบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวต่อไป

รายละเอียดเพิ่มเติม http://www.moe.go.th/websm/2018/4/396.html

แสดงความคิดเห็น