หลักธรรมสำหรับครู – ครูประถม.คอม https://www.krupatom.com ครูประถม.คอม พัฒนาครูเพื่อการศึกษาของเด็กไทย Fri, 04 Oct 2019 12:47:24 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.3.6 https://www.krupatom.com/wp-content/uploads/2018/01/cropped-com-krupatom0001-1-32x32.jpg หลักธรรมสำหรับครู – ครูประถม.คอม https://www.krupatom.com 32 32 เชิญชวนคุณครูเข้ารวม Workshop แลกเปลี่ยนความเรียนรู้ #ครูปล่อยของ สระแก้ว 12 ตุลา 2562 https://www.krupatom.com/%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2/education_11181 Fri, 04 Oct 2019 01:30:31 +0000 https://www.krupatom.com/?p=11181

เชิญชวนคุณครูเข้ารวม Workshop แลกเปลี่ยนความเรียนรู้ #ค […]

The post เชิญชวนคุณครูเข้ารวม Workshop แลกเปลี่ยนความเรียนรู้ #ครูปล่อยของ สระแก้ว 12 ตุลา 2562 appeared first on ครูประถม.คอม.

]]>

เชิญชวนคุณครูเข้ารวม Workshop แลกเปลี่ยนความเรียนรู้ #ครูปล่อยของ สระแก้ว 12 ตุลา 2562

การลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม
https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSdQwIEkAUHxI63czm0ydfhZ19tAk5q8IAMH_Mr1-KZn1XN_cw/viewform

กำหนดเวลาห้องเรียนประชาธิปไตย

https://www.facebook.com/mkpfoundation/photos/pcb.2367911279930873/2367885189933482/?type=3&theater

นักวิชาการ สาขาวิทยาศาสตร์ภาคบังคับ สสวท. ต้องการคุณครู 5 ท่าน เพื่อทดลองเกมกระดาน 4 เกม เกี่ยวกับ วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ วันที่ 19-20 ก.ย. 2562 วันแรกทดลองเล่น วันที่สอง ร่วมกันพิจารณาปรับปรุงเกมครับ
ครูต่างจังหวัดก็มาได้ มีค่าเดินทางที่พักทุกอย่างเลย
สอบถามเพิ่มเติมทาง ykiti@ipst.ac.th

BBL Brain-based Learning ThailandLike Page

ลงทะเบียนด่วน!!!!!! รับจำนวนจำกัด จัดเพียง 2 รุ่นเท่านั้น

Booking ที่นั่งได้แล้ววันนี้ กับหลักสูตร “การพูด การฟัง การอ่าน การเขียน : เทคนิคการสอน และออกแบบกระบวนการเรียนรู้ตามแนวคิด BBL ในศตวรรษที่ 21 สำหรับครูผู้สอนชั้น ป.1-3″
หลักสูตรพัฒนาครู ผ่านการรับรองจากสถาบันคุรุพัฒนาปี 2562
รหัสหลักสูตร 629181166

ปี นี้หลักสูตรพัฒนาครูของ อ.พรพิไล เปิดเพียง 2 รุ่น
ค่าลงทะเบียน 800 บาท

  • อาหารกลางวัน 2 มื้อ
  • อาหารว่าง 4 มื้อ
  • เอกสารประกอบการอบรม
  • ไม่รวมค่าที่พัก

ลงทะเบียนรุ่นที่ 1 วันที่ 16-17 ตุลาคม จ.เชียงใหม่
คลิกที่นี่ https://forms.gle/bhfFzz2iGVpZkwCm6

ลงทะเบียนรุ่นที่ 2 วันที่ 24-25 ตุลาคม จ.สงขลา
คลิกที่นี่ https://forms.gle/zLAqfn3evic3gsvu7 กรุณาติดตามการติดต่อจากเราทาง e-mail หรือทางเพจ BBL นี้อย่างต่อเนื่องค่ะ

สอบถามเพิ่มเติม โทร. 086-954-4224 (คุณแมค) หรือ 093-178-4114 (คุณมีนา)

 

#ครูปล่อยของ สระแก้ว
เชิญชวนคุณครู นักศึกษาครู ผู้อำนวยการ และผู้สนใจทีมีความหวัง มีความกล้า และต้องการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมการเรียนการสอนให้สร้างสรรค์

มาร่วม Workshop แลกเปลี่ยนเรียนรู้ตลอดทั้งวัน เพื่อแบ่งปันและต่อเติมไอเดียการสอนระหว่างกัน เราเชื่อมั่นว่าพลังในพื้นที่แห่งนี้จะสร้างความเป็นไปได้ใหม่ในห้องเรียน

จัดขึ้นวันที่ 12 ตุลาคม 2562 9.00-16.00
(เริ่มลงทะเบียน 8.30)
ณ ห้องประชุม ศูนย์ฝึกอาชีพราษฎรตามแนวชายแดนสระแก้ว
https://maps.app.goo.gl/9U3pqv2wup3dWHo36 . รับสมัครวันนี้ – 5 ตุลาคม 2562 (ปิดรับสมัครภายในเวลาเที่ยงคืน) ? http://bit.ly/2nqFu15 . ยืนยันการเข้าร่วมผ่านการสนับสนุนการจัดงาน 350 บาท
(ในงานมีเกียรติบัตรมอบให้ค่ะ)

หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถ inbox มาสอบถามได้ที่
เพจ inskru -พื้นที่แบ่งปันไอเดียการสอน ได้เลยค่า
#ครูปล่อยของสระแก้ว

The post เชิญชวนคุณครูเข้ารวม Workshop แลกเปลี่ยนความเรียนรู้ #ครูปล่อยของ สระแก้ว 12 ตุลา 2562 appeared first on ครูประถม.คอม.

]]>
คุรุสภาจัดโครงการจรรยาบรรณสู่ครูดี…เพื่อเด็กดี “ครูดีจึงบอกต่อ” https://www.krupatom.com/%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2/education_10107 Fri, 16 Aug 2019 23:44:00 +0000 https://www.krupatom.com/?p=10107

สำหรับครูประถมที่สนใจสมัครเข้าโครงการจรรยาบรรณสู่ครูดี& […]

The post คุรุสภาจัดโครงการจรรยาบรรณสู่ครูดี…เพื่อเด็กดี “ครูดีจึงบอกต่อ” appeared first on ครูประถม.คอม.

]]>

สำหรับครูประถมที่สนใจสมัครเข้าโครงการจรรยาบรรณสู่ครูดี…เพื่อเด็กดี กิจกรรม “ครูดีจึงบอกต่อ” สามารถสมัครได้แล้ววันนี้

ดร.วัฒนาพร ระงับทุกข์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า คุรุสภาจัดโครงการจรรยาบรรณสู่ครูดี…เพื่อเด็กดี “ครูดีจึงบอกต่อ” มีวัตถุประสงค์เพื่อรณรงค์ให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาเกิดความตระหนักในจรรยาบรรณวิชาชีพครู และส่งเสริมให้ครูและบุคลากรทางการศึกษา นักเรียน และนิสิต นักศึกษา และรวมถึงประชาชนทั่วไปได้มีส่วนร่วมกับคุรุสภาในการส่งเสริมจรรยาบรรณวิชาชีพครูให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

จึงขอเชิญชวนครูและบุคลากรทางการศึกษา นิสิต นักศึกษา นักเรียน และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมกิจกรรม “ครูดีจึงบอกต่อ” จำนวน 2 กิจกรรม กิจกรรมแรกอัดคลิปวิดีโอบอกเล่าลักษณะครูดีตามแบบฉบับตนเองและครูดีที่ชื่นชอบ จำนวน 1 คลิป ความยาวไม่เกิน 3 นาที กิจกรรมที่ 2 บอกเล่าครูดีตามแบบฉบับตนเองผ่านภาพถ่าย จำนวน 1 ภาพ พร้อมตั้งชื่อภาพถ่าย ผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ http://bit.ly/sharedgoodteacher2019 ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2562 (ส่งได้กิจกรรมละ 1 ผลงาน) ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรม “ครูดีจึงบอกต่อ” จะได้รับเกียรติบัตรขอบคุณจากคุรุสภาที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ พร้อมทั้งคลิปวิดีโอ/ภาพถ่ายที่ได้รับการคัดเลือกจะนำไปเผยแพร่ผ่านช่องทางสื่อของคุรุสภาต่อไป

นอกจากนี้ ขอเชิญชวนรับชมหนังสั้นครูสร้างฅน ครูดีเพราะมีจรรยาบรรณ ทุกวันพฤหัสบดี เวลา 08.30 น. ผ่านทาง Facebook เพจครูดี 360 องศา /เพจคุรุสภา /Khurusapha YouTube Channel เริ่ม 15 สิงหาคม 2562 เป็นต้นไป เพื่อสะท้อนถึงตัวอย่างครูดีที่มีลักษณะแตกต่างกันตามกรอบจรรยาบรรณวิชาชีพครู

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่อีเมล์ promoteethics@ksp.or.th หรือเบอร์โทรศัพท์ 0 2280 2735  หรือ เพจครูดี 360 องศา

ที่มา : คุรุสภา

The post คุรุสภาจัดโครงการจรรยาบรรณสู่ครูดี…เพื่อเด็กดี “ครูดีจึงบอกต่อ” appeared first on ครูประถม.คอม.

]]>
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กำหนด สมรรถนะของครู ดังนี้ https://www.krupatom.com/%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2/education_6750 Sat, 23 Mar 2019 23:42:47 +0000 https://www.krupatom.com/?p=6750

สมรรถนะครู ตามที่สำนักงานการศึกษาคณะกรรมการการศึกษาขั้น […]

The post สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กำหนด สมรรถนะของครู ดังนี้ appeared first on ครูประถม.คอม.

]]>

สมรรถนะครู ตามที่สำนักงานการศึกษาคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดมาเพื่อเป็นข้อปฏิบัติที่ดีสำหรับครูในการพัฒนาตนเอง มีดังนี้ 1. สมรรถนะหลัก (มี 5 สมรรถนะ) ประกอบด้วย 1.1. การมุ่งผลสัมฤทธิ์  1.2. การบริการที่ดี  1.3. การพัฒนาตนเอง  1.4. การทำงานเป็นทีม  1.5. จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพครู  2. สมรรถนะประจำสายงาน (มี 6 สมรรถนะ) ประกอบด้วย  2.1. การออกแบบการเรียนรู้  2.2. การพัฒนาผู้เรียน  2.3. การบริหารจัดการชั้นเรียน  2.4. การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และการวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน  2.5. ภาวะผู้นำครู  2.6. การสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือกับชุมชนเพื่อการจัดการเรียนรู้ ซึ่งสามารถอธิบายได้ดังนี้

สมรรถนะหลัก

สมรรถนะที่ 1 การมุ่งผลสัมฤทธิ์ในการปฏิบัติงาน (Working Achievement Motivation)

หมายถึง ความมุ่งมั่นในการปฏิบัติงานในหน้าที่ให้มีคุณภาพ ถูกต้อง ครบถ้วนสมบูรณ์ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ โดยมีการวางแผน กำหนดเป้าหมาย ติดตามประเมินผลการปฏิบัติงาน และปรับปรุงพัฒนาประสิทธิภาพและผลงานอย่างต่อเนื่อง

สมรรถนะที่ 2 การบริการที่ดี (Service Mind)

หมายถึง ความตั้งใจและความเต็มใจในการให้บริการ และการปรับปรุงระบบบริการให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้รับบริการ

สมรรถนะที่ 3 การพัฒนาตนเอง (Self- Development) 

หมายถึง การศึกษาค้นคว้า หาความรู้ ติดตามและแลกเปลี่ยนเรียนรู้องค์ความรู้ใหม่ๆ ทางวิชาการและวิชาชีพ มีการสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรม เพื่อพัฒนาตนเอง และพัฒนางาน

สมรรถนะที่ 4 การทำงานเป็นทีม (Team Work) 

หมายถึง การให้ความร่วมมือ ช่วยเหลือ สนับสนุนเสริมแรงให้กำลังใจแก่เพื่อนร่วมงาน การปรับตัวเข้ากับผู้อื่นหรือทีมงาน แสดงบทบาทการเป็นผู้นำหรือผู้ตามได้อย่างเหมาะสมในการทำงานร่วมกับผู้อื่น เพื่อสร้างและดำรงสัมพันธภาพของสมาชิก ตลอดจนเพื่อพัฒนาการจัดการศึกษาให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย

สมรรถนะที่ 5 จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพครู (Teacher’s Ethics and Integrity) 

หมายถึง การประพฤติปฏิบัติตนถูกต้องตามหลักคุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพครู เป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้เรียน และสังคม เพื่อสร้างความศรัทธาในวิชาชีพครู

 

สมรรถนะประจำสายงาน

สมรรถนะที่ 1 การบริหารหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้ (Curriculum and Learning Management) 

หมายถึง ความสามารถในการสร้างและพัฒนาหลักสูตรการออกแบบการเรียนรู้อย่างสอดคล้องและเป็นระบบ จัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ใช้และพัฒนาสื่อนวัตกรรมเทคโนโลยี และการวัด ประเมินผล การเรียนรู้ เพื่อพัฒนาผู้เรียนอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลสูงสุด

สมรรถนะที่ 2 การพัฒนาผู้เรียน (Student Development) 

หมายถึง ความสามารถในการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม การพัฒนาทักษะชีวิต สุขภาพกาย และสุขภาพจิต ความเป็นประชาธิปไตย ความภูมิใจในความเป็นไทย การจัดระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียนเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพ

สมรรถนะที่ 3 การบริหารจัดการชั้นเรียน (Classroom Management) 

หมายถึง การจัดบรรยากาศการเรียนรู้ การจัดทำข้อมูลสารสนเทศและเอกสารประจำชั้นเรียน/ประจำวิชา การกำกับดูแลชั้นเรียนรายชั้น/รายวิชา เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้อย่างมีความสุข และความปลอดภัยของผู้เรียน

สมรรถนะที่ 4 การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และการวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน (Analysis & Synthesis & Classroom Research) 

หมายถึง ความสามารถในการทำความเข้าใจ แยกประเด็นเป็นส่วนย่อย รวบรวม ประมวลหาข้อสรุปอย่างมีระบบและนำไปใช้ในการวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน รวมทั้งสามารถวิเคราะห์องค์กรหรืองานในภาพรวมและดำเนินการแก้ปัญหา เพื่อพัฒนางานอย่างเป็นระบบ

สมรรถนะที่ 5 ภาวะผู้นำครู (Teacher Leadership) 

หมายถึง คุณลักษณะและพฤติกรรมของครูที่แสดงถึงความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ส่วนบุคคล และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันทั้งภายในและภายนอกห้องเรียนโดยปราศจากการใช้อิทธิพลของผู้บริหารสถานศึกษา ก่อให้เกิดพลังแห่งการเรียนรู้เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้ให้มีคุณภาพ

สมรรถนะที่ 6 การสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือกับชุมชนเพื่อการจัดการเรียนรู้ (Relationship & Collaborative – Building for Learning Management)

 หมายถึง การประสานความร่วมมือ สร้างความสัมพันธ์ที่ดี และเครือข่ายกับผู้ปกครอง ชุมชน และองค์กรอื่นๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อสนับสนุนส่งเสริมการจัดการเรียนรู้

ขอขอบคุณข้อมูลจาก  www.kruchiangrai.net

The post สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กำหนด สมรรถนะของครู ดังนี้ appeared first on ครูประถม.คอม.

]]>
หลักธรรม สำหรับครู : ครองตน ครองคน ครองงาน https://www.krupatom.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b2/education_581 Wed, 10 Jan 2018 01:00:20 +0000 https://www.krupatom.com/?p=581

หลักธรรม ที่นำมาฝากครูในครั้งนี้ ขอแบ่งออกเป็น 3 ด้าน ค […]

The post หลักธรรม สำหรับครู : ครองตน ครองคน ครองงาน appeared first on ครูประถม.คอม.

]]>

หลักธรรม ที่นำมาฝากครูในครั้งนี้ ขอแบ่งออกเป็น 3 ด้าน คือ
1.หลักธรรม สำหรับการครองตน
2.หลักธรรม สำหรับการครองคน
3.หลักธรรม สำหรับการครองงาน

1.หลักธรรม สำหรับการครองตน

1.1 ฆราวาสธรรม 4
ฆราวาสธรรม แปลว่า ธรรมสำหรับผู้ครองเรือน หรือธรรมสำหรับการครองเรือน มีอยู่ 4 ข้อ คือ
1) สัจจะ ซื่อสัตย์ต่อกัน
2) ทมะ รู้จักข่มจิตของตน
3) ขันติ มีความอดทน
4) จาคะ รู้จักเสียสละแบ่งปันของตนแก่คนที่ควรให้ปัน
ความซื่อสัตย์สุจริตต่อกันเป็นหัวใจของการครองเรือน สามีภรรยาและสมาชิกในครอบครัว ถ้ามี

คุณธรรมข้อนี้แล้ว จะอยู่ด้วยกันด้วยความราบรื่น สามัคคีกัน มีความสงบสุข และการอยู่ร่วมกันนั้น ถ้าสามีภรรยาและคนในครอบครัว รู้จักข่มจิตใจตนเอง ไม่เอาแต่ใจตนเอง จะทำอะไรก็มีความยับยั้งชั่งคิด ไม่ทำอะไรเกินขอบเขต หรือนอกลู่นอกทางตามอำเภอใจ ครอบครัวก็จะมีระเบียบวินัย เมื่อมีการกระทำสิ่งใดเป็นการกระทบกระทั่งกันเป็นบางครั้งบางคราว ก็มีน้ำใจอดทนไม่ถือโกรธ หรือไม่โกรธตอบ ฝ่ายหนึ่งเย็นเข้าไว้ ครอบครัวก็จะมีความสงบ ความเสียสละ คือรู้จักเสียสละช่วยเหลือญาติมิตร ตลอดถึงเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เคียงกัน ก็จะทำให้ได้รับไมตรีจิตจากญาติมิตรและเพื่อนบ้าน ครอบครัวจะไม่อยู่โดดเดี่ยว จะมีคนช่วยเหลือเมื่อเกิดอันตรายหรือพบอุปสรรค

ข้าราชการครูควรปฏิบัติตามหลักฆราวาสธรรม 4 ประการนี้ เพื่อให้ครอบครัวมีความสามัคคี ไม่วิวาทบาดหมางกัน และอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขตลอดไป

1.2 วุฑฒิธรรม 4

วุฑฒิธรรม แปลว่า ธรรมเป็นเครื่องนำไปสู่ความเจริญ ทำให้ผู้ปฏิบัติได้รับความเจริญก้าวหน้าในชีวิต
ตามความประสงค์ มีอยู่ 4 ข้อ คือ
1) สัปปุริสสังเสวะ การคบสัตบุรุษ คือคบกับคนที่มีความสงบกาย วาจา ใจ หรือประพฤติชอบด้วยกาย วาจา ใจ และมีสติปัญญา รู้จักเหตุรู้จักผล รู้จักตน รู้จักเวลา รู้จังสังคม และรู้จักบุคคลที่ควรคบและไม่ควรคบ และตนเองก็เป็นเช่นสัตบุรุษนั้น

2) สัทธัมมัสสวนะ ควรตั้งใจฟัง ตั้งใจศึกษา และปฏิบัติตามคำแนะนำสั่งสอนของสัตบุรุษ เพราะสัตบุรุษจะไม่แนะนำในสิ่งที่ไร้ประโยชน์

3) โยนิโสมนสิการ คือ เมื่อฟังแล้ว ต้องรู้จักไตร่ตรองพิจารณาด้วยปัญญาของตนก่อน เพื่อจะได้เป็นคนไม่เชื่องมงาย ไตร่ตรองดูให้รอบคอบ ว่า สิ่งที่ได้ฟังมานั้นถูกต้องตามหลักเหตุผลหรือไม่เพียงใด การทำอย่างนี้ย่อมเป็นทางก่อให้เกิดปัญญา

4) ธัมมานุธัมมปฏิบัติ เมื่อฟังแล้ว ไตร่ตรองดีแล้ว ให้ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง แล้เราจะเห็นผลด้วยตนเอง

วุฑฒิธรรม 4 ข้อนี้ ในพระไตรปิฎก พระพุทธองค์ทรงแสดงว่าเป็น ปัญญาวุฑฒิ คือธรรมเป็นเครื่อง

นำไปสู่ความเจริญแห่งปัญญา หมายความว่า เมื่อปฏิบัติธรรม 4 ข้อนี้แล้ว ย่อมจะเกิดปัญญา เกิดความรู้ ความเฉลียวฉลาดขึ้นในใจ

1.3 จักรธรรม 4

จักรธรรม แปลว่า ธรรมเป็นเหมือนล้อรถ หมายความว่า รถจะใช้เป็นพาหนะขับไปสู่เป้าหมายได้ ต้อง
เป็นรถที่มีล้อ คนเราจะก้าวไปสู่ความเจริญยิ่ง ๆ ขึ้นไป ก็จะต้องมีธรรมเป็นล้อ กล่าวคือ ต้องดำเนินชีวิตโดยมีธรรมประจำใจ ได้แก่จักรธรรม 4 หรือเรียกสั้น ๆ ว่า จักร 4 คือ

1) ปฏิรูปเทสวาสะ อยู่ในถิ่นอันสมควร หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี มีความสะดวกปลอดภัย เจริญอุดมสมบูรณ์

2) สัปปุริสูปัสสยะ การคบสัตบุรุษ คือเลือกคบแต่คนดี ปรึกษาหารือ ร่วมคิด ร่วมทำ หรือประพฤติตามอย่างคนดีนั้น

3) อัตตสัมมาปณิธิ การตั้งตนไว้ชอบ ได้แก่การตั้งจิตใจของตนไว้ในทางที่ถูกที่ควร เช่น ตั้งใจระวังไม่กระทำความชั่ว ตั้งใจละเลิกความชั่ว ตั้งใจทำความดี ตั้งใจรักษาความดีไว้ให้คงอยู่และให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป หรือตั้งตนไว้ในทางยุติธรรม คือไม่ลำเอียงด้วยอคติทั้ง 4 ตั้งตนไว้ในคุณธรรม คือ ศีล สมาธิ ปัญญา ตลอดจนวางตนให้เหมาะสมกับฐานะ ใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น

4) ปุพเพกตปุญญตา ความเป็นผู้ได้ทำความดีไว้ในปางก่อน ให้รู้จักการทำความดีไว้ เพราะการทำความดีย่อมมีส่วนสนับสนุนการกระทำในปัจจุบันให้ประสบความสำเร็จ ไม่มีใครสร้างบ้านให้เสร็จในวันเดียวได้ ดังนั้นเราควรประกอบความดีอย่างสม่ำเสมอ

1.4 อายุวัฒนธรรม 5

อายุวัฒนธรรม แปลว่า ธรรมที่ทำให้อายุยืน เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า อายุสสธรรม แปลว่า ธรรมที่เกื้อกูล
แก่อายุ หมายความว่า ธรรมที่ช่วยให้อายุยืน มีอยู่ 5 ประการ คือ

1) สัปปายการี รู้จักทำความสบายแก่ตน

2) สัปปารยมัตตัญญู รู้จักประมาณในสิ่งที่สบาย

3) ปริณตโภชี บริโภคอาหารที่ย่อยง่าย

4) กาลจารี ประพฤติเหมาะในเรื่องเวลา

5) พรหมจารี คือพรหมจรรย์

การรู้จักอยู่ในที่มีอากาศสบาย สถานที่สะอาดเรียบร้อย และรู้จักระงับสติอารมณ์ไม่ให้มีความวิตกกังวล หรือขุ่นเคืองอยู่ในใจ ชื่อว่ารู้จักทำความสบายแก่ตนเอง เมื่อได้รับสิ่งที่สบายแก่ตนเอง ก็ต้องรู้จักประมาณ คือรู้จักความพอดีในสิ่งนั้น ไม่ทำตนให้สบายเกินไป อย่างนี้เรียกว่า รู้จักประมาณในสิ่งที่สบาย การบริโภคอาหารที่ละเอียดอ่อน เคี้ยวอาหารให้ละเอียด ชื่อว่าบริโภคอาหารที่ย่อยง่าย การทำสิ่งใดรู้จักทำเป็นเวลา ทำพอเหมาะแก่เวลา พักผ่อนพอเหมาะแก่เวลา กินนอนเป็นเวลา อย่างนี้ชื่อว่าประพฤติเหมาะในเรื่องเวลา ผู้เป็นบรรพชิตถือพรหมจรรย์ ผู้เป็นคฤหัสถ์ รู้จักประมาณในกามกิจ ไม่มักมากในกาม ชื่อว่าถือพรหมจรรย์ ผู้ที่ปฏิบัติตามหลักอายุวัฒนธรรมดังกล่าวนี้ได้ ย่อมจะเป็นผู้ที่มีอายุยืน

1.5 สัปปุริสธรรม 7

สัปปุริสธรรม แปลว่า ธรรมของสัตบุรุษ คือคนดี หรือธรรมที่ทำให้เป็นสัตบุรุษ มี 7 อย่าง คือ
1) ธัมมัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักเหตุ คือ ความรู้จักว่าสิ่งนี้เป็นเหตุของสิ่งนี้ เช่น รู้ว่าสิ่งนี้เป็นเหตุแห่งสุข สิ่งนี้เป็นเหตุแห่งทุกข์ หรือพบผลแล้วรู้ชัดว่า ผลนั้นเกิดมาจากเหตุ ผลดีย่อมมาจากเหตุดี ผลชั่วย่อมมาจากเหตุชั่ว อย่างนี้เรียกว่า ธัมมัญญุตา

2) อัตถัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักผล คือ ความรู้ชัดว่า สิ่งนี้เป็นผลของสิ่งนี้ เช่น รู้ว่า สุขเป็นผลแห่งเหตุอันนี้ ทุกข์เป็นผลแห่งเหตุอันนี้ หรือพบเหตุแล้วรู้จักคาดผลได้ว่า เหตุนั้นจะต้องได้ผลอย่างนี้แน่นนอน เหตุดีย่อมได้ผลดี เหตุชั่วย่อมได้ผลชั่ว อย่างนี้เรียกว่าอัตถัญญุตา

3) อัตตัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักตน คือ ความรู้ชัดว่า ตนเองมีฐานะเป็นอย่างไร แล้วประพฤติตนให้เหมาะสมกับภาวะและฐานะของตน

4) มัตตัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักประมาณ คือ รู้จักพอดี รู้จักประมาณในการแสวงหาและใช้จ่ายทรัพย์เลี้ยงชีพ

5) กาลัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักกาล คือรู้จักเวลาอันเหมาะสมแก่การประกอบกิจและระยะเวลาที่ต้องใช้ในการประกอบกิจ การตรงต่อเวลา มาปฏิบัติงานให้ตรงต่อเวลา ทำให้พอเหมาะกับเวลาที่กำหนด

6) ปริสัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักชุมชน คือรู้จักชุมชน หรือสังคมและรู้จักกิริยาที่ต้องประพฤติต่อชุมชนนั้น ๆ ว่า หมู่นี้เมื่อเข้าไปหาจะต้องทำกิริยาอย่างนี้ จะต้องพูดอย่างนี้ เป็นต้น

7) ปุคคลัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักบุคคล คือรู้จักบุคคล รู้จักเลือกบุคคล ว่า ผู้นี้เป็นคนดีควรคบ ผู้นี้เป็นคนไม่ดีไม่ควรคบ ผู้นี้มีอัธยาศัยเป็นอย่างนี้ มีคุณธรรมอย่างนี้เป็นต้น

2.หลักธรรมสำหรับการครองคน

2.1 พรหมวิหาร 4

พรหมวิหาร แปลว่า ธรรมเป็นเครื่องอยู่ของท่านผู้ใหญ่ หมายความว่า ผู้ใหญ่จะเป็นบิดามารดา เป็นผู้ปกครอง ผู้มีอำนาจปกครองบ้านเมือง หรือเป็นใหญ่ในฐานะอื่น ๆ จะเป็นผู้ใหญ่ที่ควรเคารพนับถือ ควรกราบไหว้บูชาของผู้น้อย จะต้องตั้งอยู่ในพรหมวิหารธรรมทั้ง 4 นี้ คือ

1) เมตตา ความรักใคร่ปรารถนาให้เป็นสุข กล่าวคือ ความรักที่เกิดจากความบริสุทธ์ใจอย่างพ่อแม่รักลูก หรือลูกรักพ่อแม่

2) กรุณา ความสงสาร คิดช่วยให้พ้นทุกข์ กล่าวคือ เมื่อเห็นคนอื่นได้รับทุกข์แล้ว เกิดความสงสาร หวั่นใจ ไม่นิ่งนอนใจ คิดช่วยให้คนอื่นพ้นทุกข์ ให้พ้นโศก พ้นโรค พ้นภัย

3) มุทิตา ความพลอยยินดี เมื่อเห็นผู้อื่นได้ดี กล่าวคือ เมื่อเห็นผู้อื่นได้ดี มีลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ก็มีความพลอยยินดี อนุโมทนาด้วย ไม่คิดอิจฉาริษยา มีแต่ความชื่นชมยินดีกับเขา

4) อุเบกขา ความวางใจเป็นกลาง กล่าวคือ ความวางใจเป็นกลาง ไม่เข้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือไม่คิดซ้ำเติมผู้อื่นในเมื่อผู้อื่นถึงความวิบัติ

2.2 สังคหวัตถุ 4 ได้แก่

1) ทาน การให้สิ่งตอบแทน ให้รางวัลการทำงาน

2) ปิยวาจา การพูดไพเราะอ่อนหวาน

3) อัตถจริยา การรู้จักวางตัวอย่างเหมาะสม

4) สมานัตตา การเสมอต้นเสมอปลาย ไม่หน้าไหว้หลังหลอก

สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งที่ผู้นำต้องมีคือ ความเที่ยงธรรม หรือความยุติธรรม เพราะเมื่อใดก็ตามที่ผู้นำลำเอียง เพราะรัก เพราะหลง เพราะโกรธ เพราะกลัว จะทำให้เกิดความแตกแยกในผู้ร่วมงาน

3.หลักธรรมสำหรับการครองงาน

3.1 อิทธิบาท 4 ได้แก่

1) ฉันทะ ความพึงพอใจในสิ่งที่ทำ สิ่งที่มีอยู่

2) วิริยะ ความเพียรพยายามอุตสาหะในหน้าที่การงาน ไม่ท้อแท้ ไม่เอาเปรียบผู้อื่น

3) จิตตะ ความเอาใจใส่ ความปฏิบัติงาน การใฝ่หาวิชาความรู้ประสบการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของงาน

4) วิมังสา การใช้สติปัญญา ใคร่ครวญ ไตร่ตรองให้รอบคอบ

The post หลักธรรม สำหรับครู : ครองตน ครองคน ครองงาน appeared first on ครูประถม.คอม.

]]>
หลักธรรมสำหรับครู : พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทาน https://www.krupatom.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b2/education_578 Mon, 08 Jan 2018 01:00:33 +0000 https://www.krupatom.com/?p=578

หลักธรรมสำหรับครู พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทา […]

The post หลักธรรมสำหรับครู : พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทาน appeared first on ครูประถม.คอม.

]]>

หลักธรรมสำหรับครู พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทาน หลักคุณธรรม สำหรับคนไทยในพระราชพิธีบวงสรวงสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า ณ ท้องสนามหลวง วันจันทร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2525 ทั้งนี้เพื่อยึดถือปฏิบัติ มีอยู่ 4 ประการ คือ

หลักคุณธรรม สำหรับครู

ประการแรก คือ การรักษาความสัจ ความจริงใจต่อตัวเองที่จะประพฤติปฏิบัติแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์และเป็นธรรม
ประการที่สอง คือ การรู้จักข่มใจตนเอง ฝึกใจตนเอง ให้ประพฤติปฏิบัติอยู่ในความสัจความดีนั้น
ประการที่สาม คือ การอดทนอดกลั้น และอดออมที่จะไม่ประพฤติล่วงความสัจ สุจริต ไม่ว่าจะด้วยเหตุประการใด
ประการที่สี่ คือ การรู้จักละวางความชั่ว ความสุจริต และรู้จักสละประโยชน์ส่วนน้อยของตนเพื่อประโยชน์ส่วนใหญ่ของบ้านเมือง

คุณธรรมทั้ง 4 ประการนี้จะช่วยให้ประเทศชาติบังเกิดความสุข ร่มเย็น โดยเฉพาะผู้ที่เป็นครู จำเป็นต้องยึดถือปฏิบัติเพื่อประโยชน์ของตนเองและผู้อื่น

หลักคุณธรรม

 

The post หลักธรรมสำหรับครู : พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทาน appeared first on ครูประถม.คอม.

]]>
คุณธรรมของครู : ลักษณะของครูดีตามคำสอนในพุทธศาสนา https://www.krupatom.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b2/education_574 Sat, 06 Jan 2018 01:00:32 +0000 https://www.krupatom.com/?p=574

ลักษณะของครูดี ตามคำสอนในพุทธศาสนา หลักคำสอนหรือหลักธรร […]

The post คุณธรรมของครู : ลักษณะของครูดีตามคำสอนในพุทธศาสนา appeared first on ครูประถม.คอม.

]]>

ลักษณะของครูดี ตามคำสอนในพุทธศาสนา หลักคำสอนหรือหลักธรรมในพุทธศาสนาที่เกี่ยวกับความเป็นคร ประกอบด้วย

หลักธรรม 7 ประการ คือ

  1. ปิโย น่ารัก คือ การทำตัวเป็นที่รักต่อศิษย์และบุคคลทั่วไป การที่ครูจะเป็นที่รักแก่ศิษย์ได้ ก็ควรตั้งตนอยู่ใน พรหมวิหาร4 คือ

1.1 มีเมตตา ปรารถนาดีต่อศิษย์ หาทางให้ศิษย์เป็นสุขและเจริญก้าวหน้าทั้งทางด้านวิชาการและการดำเนินชีวิต คอยระวังมิให้ศิษย์ตกอยู่ในความประมาท

1.2 มีกรุณา สงสาร เอ็นดูศิษย์ อยากช่วยเหลือให้พ้นจากความทุกข์ ความไม่รู้

1.3 มีมุทิตา คือ ชื่นชมยินดีเมื่อศิษย์ได้ดี และยกย่องเชิดชูให้ปรากฏเป็นการให้กำลังใจและช่วยให้เกิดความภูมิใจในตนเอง

1.4 มีอุเบกขา คือ วางตัวเป็นกลาง จิตใจที่ตั้งอยู่ในความยุติธรรม ไม่ลำเอียง ไม่มีอคติ

  1. ครุ หมายถึง การเป็นบุคคลที่มีความหนักแน่นมั่นคง ทั้งในด้านของจิตใจที่หนักแน่นมั่นคง ที่จะดำรงตนอยู่ใน ความดีไม่หวั่นไหวไปตามอำนาจของกิเลสตัณหา และความหนักแน่นในด้านของความรอบรู้ธรรม ที่จะช่วยให้ครู มีคุณสมบัติ ดังกล่าว คือ พละ5ประการ ได้แก่

2.1 ศรัทธาพละ คือ มีความเชื่อในทางที่ชอบ เช่น เชื่อว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว

2.2 วิริยะพละ คือ ความเพียรในทางที่ชอบ คือ เพียรเลิกละความชั่ว เพียรระวังความชั่วไม่ให้เกิดในสันดาน

2.3 สติพละ หมายถึง ความระลึกได้ มีความรู้สึกตัวในการกระทำ การพูด การคิดให้รอบคอบ

2.4 สมาธิพละ หมายถึง ความมีใจจดจ่อแน่วแน่มั่นคงในสิ่งที่เป็นบุญกุศล พลังสมาธินี้จะเป็นกำลังต่อต้าน ความฟุ้งซ่านมิให้เกิดขึ้นในใจ

2.5 ปัญญาพละ หมายถึง ความรอบรู้ คือรู้ว่าอะไรดี อะไรชั่ว อะไรควรทำอะไรควรเว้น อะไรเป็นประโยชน์ และอะไรไร้ประโยชน์

  1. ภาวนิโย การเป็นผู้ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้มีความประพฤติดีงามควรแก่การเคารพ
  2. วัตตา คือ เป็นผู้มีมานะในการตักเตือนสั่งสอน เพื่อให้ศิษย์มีความรู้ความสามารถ และเป็นคนดี คือใช้ความรู้ ความสามารถไปในทางสุจริต เป็นประโยชน์ ต่อตนเองและผู้อื่นได้ ลักษณะการสอนในแง่ของพุทธศาสนามี5 ประการ คือ

4.1 สันทัสสนา คือ สอนให้เข้าใจชัดเจน เห็นจริงอย่างที่ต้องการ ซึ่งจะต้องดำเนินไปตามลำดับขั้นดังนี้ คือ สอนจากสิ่งที่รู้แล้ว ไปหาสิ่งที่ยังไม่รู้ สอนจากสิ่งที่ง่ายไปหาสิ่งยาก สอนจากสิ่งที่เป็นรูปธรรมไปหาสิ่งที่เป็นนามธรรม

4.2 สมาทปนา มีการกระตุ้นเร่งเร้า เพื่อให้เกิดความกระตือรืนร้นที่จะประพฤติปฏิบัติตามที่ครูสอน

4.3 สมุตเตชนา สร้างกำลังใจ เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความเชื่อมั่นในตนเอง กล้าคิด กล้าพูด กล้าทำ ไม่ครั่นคร้าม ต่อความยากลำบากหรืออุปสรรคใดๆ

4.4 สัมปหังสนา สร้างความเพลิดเพลินให้แก่ผู้เรียน คือมีเทคนิคในการสอนที่จะทำให้การเรียนการสอนน่าสนใจ

  1. วจนักขโม เป็นผู้มีความอดทนต่อถ้อยคำโดยมีเจตนาดีเป็นที่ตั้งการอดทนต่อกริยา วาจาอันก้าวร้าวรุนแรงของ ผู้อื่นได้นั้น เป็นสัญลักษณ์ของความเข้มแข็ง
  1. คัมภีรัญจกถัง กัตตา สามารถขยายข้อความที่ยากให้ง่ายแก่การเข้าใจได้ การตีความในวิชาการนั้นๆ ให้ละเอียดลึกซึ้งง่ายแก่การเข้าใจ เพราะวิชาการต่างๆ ที่ครูนำมาสอนนั้นล้วนเป็นเรื่องที่ผู้เรียนไม่เคยเรียนมาก่อน ครูจะต้องมีวิธีที่จะทำให้ผู้เรียนเข้าใจเรื่องยากๆ ได้โดยง่าย โดยวิธีการ ดังนี้คือ

6.1 แสดงจุดเด่น หัวข้อสำคัญๆ หรือโครงสร้างของวิชานั้น เพื่อให้ ผู้เรียนเกิดความคิดรวบยอด ก่อนที่จะอธิบาย ในรายละเอียดต่อไป

6.2 แสดงเหตุผลในวิชานั้น เช่น อธิบายจากเหตุไปสู่ผล อธิบายจากผลไปสู่สาเหตุ ยกตัวอย่างประกอบหรือ เปรียบเทียบกับเนื้อหาของวิชาอื่นๆ ที่ใกล้เคียง

6.3 แสดงเนื้อหาที่เป็นแก่นหรือสาระสำคัญของวิชานั้นๆ ตลอดจนชี้ให้เห็นคุณค่าในเชิงปฏิบัติ เพราะผู้เรียน จะเรียนรู้ได้ดียิ่งขึ้นถ้าสิ่งนั้นเป็นสิ่งใกล้ตัวสามารถนำมาปฏิบัติได้

  1. โนจัฏฐาเน นิโยชเย คือ การรู้จักและแนะนำศิษย์ไปในทางถูกที่ควรหมายถึง ไม่นำศิษย์ไปในทางที่เสื่อมเสีย หรือชักชวนไปสู่อบายมุข เช่น ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ เล่นการพนัน เที่ยวสถานเริงรมย์ต่างๆ วิธีการแนะนำศิษย์ไปใน ทาง ที่ถูกที่ควรนั้นมีอยู่3 ประการ คือ

7.1 คิดหาวิธี ใช้วิธีขู่กำหราบ เป็นวิธีเตือนให้ศิษย์รู้สึกตัวและ ละความชั่ว กล่าวคือ เมื่อเห็นศิษย์ ประพฤติ ไปใน ทางที่ไม่ถูกไม่ควร

7.2 นัคคหวิธี ใช้วิธียกย่องชมเชย เป็นการกระตุ้นส่งเสริมให้เกิดนิสัยที่ดีและป้องกันไม่ให้เกิดนิสัยที่ไม่ดี เมื่อใด ที่เห็นศิษย์ทำความดีครูจะต้องยกย่องชมเชย

7.3 ทิฎฐานคติวิธี ใช้วิธีกระทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง ครูต้องการให้ศิษย์ประพฤติปฏิบัติอย่างไร ครูก็ต้องปฏิบัติตน เช่นนั้นให้ศิษย์ได้เห็นเป็นตัวอย่าง

พุทธทาสภิกขุ ได้แสดงทัศนะเกี่ยวกับครูที่ดีไว้ในการบรรยาย ณ สวนโมกขพลาราม อำเภอไชยา จังหวัด สุราษฎร์ธานี วันที่ 4-9กันยายน 2527 สรุปได้ดังนี้คือ (สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ, 2529 : 109 – 124)

ครูที่ดี

  1. ครูดี คือ ผู้นำทางวัตถุ หมายถึง การเป็นผู้นำใน4 ประการดังนี้ คือ

1.1 เป็นผู้นำในการแสวงหาอย่างถูกต้อง ยึดหลักการแสวงหาอย่างสัตบุรุษไม่ก่อให้เกิดทุกข์ ทั้งแก่ตนเองและ ผู้อื่น ไม่กระทบกระทั่งให้ผู้อื่นเดือดร้อน

1.2 เป็นผู้นำในการเสวยผลอย่างถูกต้อง หมายถึง ไม่ผูกขาดเอาผลที่ได้รับจากการแสวงหามาเป็นของตนแต่ ผู้เดียว แต่จะต้องเผื่อแผ่ไปให้แก่ผู้อื่นโดยรอบด้าน

1.3 เป็นผู้นำในการเป็นอยู่อย่างถูกต้อง คือ ดำเนินชีวิตโดยปฏิบัติตามอริยมรรค อันมีองค์แปด ซึ่งเมื่อปฏิบัติ จนถึงที่สุดแล้วจะเกิดปัญญาเห็นธรรมชาติ ตามสภาพที่เป็นจริง คือ ความไม่มีตัวตน ทุกสิ่งเป็นเพียง ผลการปรุง แต่งของธาตุต่างๆ ตามธรรมชาติ และจะต้องเกิด-ดับ ไป ตามสภาพ จึงไม่ควรยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นตัวเราของเรา อันจะก่อให้เกิดความเห็นแก่ตัว และเบียดเบียนซึ่งกันและกัน

1.4 เป็นผู้นำในการใช้ชีวิตให้เป็นประโยชน์ทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น

  1. เป็นผู้นำทางวิญญาณ หมายถึง ความเป็นผู้นำในเรื่องจิตใจ4 ประการดังนี้คือ

2.1 มีความเข้าใจในกฏอิทิปปัจจัยตา คือ มองเห็นตามความเป็นจริงว่า ทุกสิ่งในโลกนี้เป็นไปตามเหตุตาม ปัจจัย เมื่อมีเหตุมีปัจจัยอย่างไรก็มีผลไปตามเหตุตามปัจจัย

2.2 มีความเข้าใจกฏตถตา ตถตาเป็นภาษาบาลี แปลว่า เป็นเช่นนั้นเอง คือ ทุกสิ่งเป็นเช่นนั้นเองตามธรรมชาติ เช่น มีการเกิดก็ต้องมีตาย ในความสบายก็มีความเจ็บไข้ซ่อนอยู่ การเจ็บการตายล้วนเป็นเช่นนั้นเอง ตามธรรมชาติ ไม่ใช่โชคร้ายหรือเคราะห์ภัยอะไรทั้งสิ้น เป็นต้น

2.3 มีความเป็นอยู่อย่างไม่มีอุปสรรค คือ ไม่ถือเอาอุปสรรคเป็นสิ่งขัดขวางหรือทำให้ท้อถอย แต่ให้ยินดีรับเอา อุปสรรคที่เกิดขึ้นในชีวิต ในการงานหรือในจิตใจมาเป็นบทเรียนที่จะช่วยให้มีความรู้มีประสบการณ์ และมีความ สามารถในเรื่องนั้นๆ ดียิ่งขึ้น

2.4 มีความเป็นอยู่อย่างไม่มีทุกข์ ความทุกข์เกิดจากความไม่รู้ เช่น เมื่อมีความต้องการแล้วไม่เป็น ไปตาม ความต้องการที่เกิดความทุกข์ ถ้าไม่ต้องการให้เกิดทุกข์ก็ต้องให้ทุกอย่างเป็นไปตามเหตุตามปัจจัย ไม่ต้องการให้มาก ไป กว่า ความเป็นไปตามเหตุตามปัจจัยนั้น

  1. มีชีวิตเป็นธรรม คือ อยู่ด้วยธรรมและเพื่อธรรม หมายถึง ใช้กรรมเป็นเครื่องมือในการดำเนินชีวิตเพื่อ ให้ได้ผลคือธรรมที่พึงปรารถนา เช่น การดับทุกข์ ธรรมที่เป็นเครื่องมืออยู่มากมายเช่น ฆราวาสธรรม อัน เป็นธรรม สำหรับผู้ครองเรือนมี4 ประการคือ

1.สัจจะ ความจริง
2.ทมะ ความข่มใจ
3.ขันติ ความอดทน
4.จาคะ การเสียสละ การให้

อิทธิบาท 4 คือ ธรรมที่ช่วยให้สำเร็จประโยชน์มี 4 ประการคือ

  1. ฉันทะ ความพอใจในสิ่งนั้น
  2. วิริยะ ความพากเพียรในสิ่งนั้น
  3. จิตตะ ความเอาใจใส่ในสิ่งนั้น
  4. วิมังสา ความสอดส่องค้นคว้าในสิ่งนั้น

อย่างไรก็ตามธรรมบางประการก็เป็นได้ทั้งธรรมที่เป็นเครื่องมือ และธรรมที่เป็นผลเช่น ใช้ศีลเป็นเครื่องมือ ให้เกิดสมาธิ สมาธิจึงเป็นผลที่ต้องการ ขณะเดียวกันก็ใช้เป็นเครื่องมือให้เกิดผลคือปัญญา เป็นต้น

  1. มีอุดมคติ ครูดีจะต้องมีอุดมคติ4 ประการ คือ

4.1 ทำงานเกินค่า คือทำงานให้แก่โลกเกินค่าที่ได้รับตอบแทนจากสังคม เพราะครูเป็นผู้สร้างทางจิตใจ ซึ่งมีค่าเกินกว่าจะตีค่าเป็นเงิน

4.2 ทำงานเพื่อหน้าที่มิใช่เพื่อตนเอง ไม่เห็นแก่ตัว และไม่หวังประโยชน์ส่วนตน

4.3 ทำตนให้เป็นแบบอย่างที่ดีแก่สังคม ไม่หลงใหลในความสุขทางกาม ไม่ฟุ่มเฟือยฟุ้งเฟ้อ

4.4 ทำงานเพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุดที่มนุษย์ควรจะได้ คือ เป็นผู้มีธรรมและมีชีวิตเป็นประโยชน์ทั้งแก่ตนเอง แก่ผู้อื่นและแก่โลก

The post คุณธรรมของครู : ลักษณะของครูดีตามคำสอนในพุทธศาสนา appeared first on ครูประถม.คอม.

]]>
คุณธรรมของครู : ความหมายและความสำคัญ https://www.krupatom.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b2/education_571 Thu, 04 Jan 2018 01:00:53 +0000 https://www.krupatom.com/?p=571

เนื่องจากสภาพสังคมเปลี่ยนแปลงไปจนเกิดผลกระทบต่อการประพฤ […]

The post คุณธรรมของครู : ความหมายและความสำคัญ appeared first on ครูประถม.คอม.

]]>

เนื่องจากสภาพสังคมเปลี่ยนแปลงไปจนเกิดผลกระทบต่อการประพฤติปฏิบัติของครู  ทำให้ คุณธรรมของครู ตกต่ำ  จนเกิดวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับวิชาชีพครูในขณะนี้  อย่างไรก็ตามครูมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศมากที่สุดวิชาชีพหนึ่ง  ดังนั้นจึงมีการพัฒนาคุณธรรมของครู  เพราะคุณธรรมกับครูเป็นสิ่งที่แยกจากกันไม่ได้  หากครูขาดคุณธรรมความเป็นปูชนียบุคคลของครูก็จะหมดไป

ความหมายของคุณธรรม

พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน  พุทธศักราช  2525  ให้ความหมายของคุณธรรมไว้ว่า  เป็นสภาพคุณงามความดี  (ราชบัณฑิตยสถาน.  2525 : 187)

คาร์เตอร์ วี. กู๊ด  (Carter V. Good.  1973 : 641)  ให้ความหมายคุณธรรม  ไว้ว่า  คุณธรรมคือ  คุณลักษณะที่ดีงาม หรือพฤติกรรมที่ปฏิบัติจนเป็นนิสัย  และการที่บุคคลได้กระทำตามความคิดและมาตรฐานของสังคมในทางความประพฤติและจริยธรรม

ความสำคัญของคุณธรรม

คุณธรรมเป็นเสมือนหลักการสำคัญที่ให้ไว้สำหรับบุคคลหรือสังคมได้นำไปประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิต  จะช่วยให้บุคคลปฏิบัติงานได้อย่างราบรื่น  มีความสำเร็จในงานที่ทำ  เป็นคนดีของครอบครัว  สังคม และประเทศชาติ  สำหรับครูกับคุณธรรมนั้นจะต้องเป็นของคู่กัน  หากครูขาดคุณธรรมเมื่อใดก็เหมือนกับนักบวชที่ไร้ศีล

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานหลักคุณธรรมสำหรับคนไทยในพระราชพิธีบวงสรวงสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า  ณ  ท้องสนามหลวง  วันจันทร์ที่  5  เมษายน  พ.ศ. 2525  ทั้งนี้เพื่อยึดถือปฏิบัติมีอยู่  4  ประการ  คือ

ประการแรก      คือ     การรักษาความสัจ  ความจริงใจต่อตัวเอง ที่จะประพฤติปฏิบัต       แต่สิ่งที่เป็นประโยชน์และเป็นธรรม

ประการที่สอง    คือ     การรู้จักข่มใจตนเอง  ฝึกใจตนเอง  ให้ประพฤติปฏิบัติอยู่ในความสัจ  ความดีนั้น

ประการที่สาม    คือ     การอดทน  อดกลั้น  และอดออม  ที่จะไม่ประพฤติล่วงความสัจ  สุจริต  ไม่ว่าจะด้วยเหตุประการใด

ประการที่สี่       คือ     การรู้จักละวางความชั่ว  ความสุจริต  และรู้จักสละประโยชน์ส่วนน้อยของตนเพื่อประโยชน์ส่วนใหญ่ของบ้านเมือง

คุณธรรมทั้ง  4  ประการนี้จะช่วยให้ประเทศชาติบังเกิดความสุข  ร่มเย็น  โดยเฉพาะผู้ที่เป็นครู  จำเป็นต้องยึดถือปฏิบัติเพื่อประโยชน์ของตนเองและผู้อื่น

ตามเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพครูของคุรุสภา  ซึ่งได้จากการประชุมสัมมนาวิชาชีพครูครั้งที่  6  ระหว่างวันที่  27 – 28  เมษายน  พ.ศ. 2532  ได้สรุปว่า  บุคคลที่ประกอบวิชาชีพครูมีลักษณะพื้นฐาน  4  ประการ  คือ  รอบรู้  สอนดี  มีคุณธรรมตามจรรยาบรรณและมุ่งมั่นพัฒนาตนเอง  (สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา.  2532 : 6 – 9)

ในที่นี้จะนำมากล่าวเฉพาะในส่วนที่เป็นข้อคุณธรรมตามจรรยาบรรณ  ซึ่งมีคุรุสภากำหนดไว้  9  ข้อ  ดังต่อไปนี้

1.  มีเมตตากรุณา  พฤติกรรมหลัก  คือ  มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่  ช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานและสังคม  มีความสนใจและห่วงใยในการเรียนและความประพฤติของนักเรียน  ส่วนพฤติกรรมบ่งชี้  คือ  ไม่นิ่งดูดายและเต็มใจช่วยเหลือผู้อื่นตามกำลังความสามารถ  ให้ความรักความเอาใจใส่ช่วยเหลือดูแลเด็กให้ได้รับความสุขและพ้นทุกข์  เป็นกันเองกับนักเรียน  เพื่อให้นักเรียนมีความรู้สึกเปิดเผยไว้วางใจ  และเป็นที่พึ่งของนักเรียน

2.  มีความยุติธรรม  พฤติกรรมหลัก  คือ  มีความเป็นธรรมต่อนักเรียนและมีความเป็นกลาง  ส่วนพฤติกรรมบ่งชี้  คือ  เอาใจใส่และปฏิบัติต่อนักเรียนทุกคนอย่างเสมอภาคและไม่ลำเอียง  ตัดสินปัญหาของนักเรียนด้วยความเป็นกลาง  ยินดีช่วยเหลือนักเรียน  ผู้ร่วมงานและผู้บริหารโดยไม่เลือกที่รักมักที่ชัง

3.  มีความรับผิดชอบ  พฤติกรรมหลัก  คือ  มุ่งมั่นในผลงาน  ใช้เวลาอย่างคุ้มค่าและปฏิบัติหน้าที่ครบถ้วน  ส่วนพฤติกรรมบ่งชี้  คือ  มีวิธีการที่จะปฏิบัติงานให้บรรลุวัตถุประสงค์  วางแผนการใช้เวลาอย่างเหมาะสม  และปฏิบัติงานให้ทันเวลา  ใช้เวลาคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ  วางแผนการปฏิบัติงานอย่างมีระบบ  ปฏิบัติงานตามแผนได้เสร็จและมีประสิทธิภาพ  มีความรอบคอบ  ระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ทุกด้าน  ปฏิบัติภารกิจทุกด้านได้ครบตามความสามารถและประเมินผลการปฏิบัติงานได้อย่างเหมาะสม

4.  มีวินัย  พฤติกรรมหลัก  คือ  มีวินัยในตนเอง และปฏิบัติตามกฎและระเบียบ  ส่วนพฤติกรรมบ่งชี้  คือ  ควบคุมตนเองให้ปฏิบัติตนอย่างถูกต้องตามทำนองคลองธรรม  มีวิธีทำงานที่เป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้อื่นได้  ปฏิบัติตามกฎและระเบียบของหน่วยงานและสถานศึกษาปฏิบัติหน้าที่การงานเป็นไปตามขั้นตอน

5.  มีความขยัน  พฤติกรรมหลัก คือ  มีความตั้งใจและมีความพยายาม  ส่วนพฤติกรรมบ่งชี้  คือ  กระตือรือร้นและปฏิบัติงานเต็มความสามารถอย่างสม่ำเสมอ  ไม่ท้อถอยต่ออุปสรรคในการทำงาน  และมีความพยายามที่จะสอนเด็กให้บรรลุจุดหมาย

6.  มีความอดทน  พฤติกรรมหลัก  คือ  อดทนเมื่อเกิดอุปสรรค และมีความสามารถในการควบคุมอารมณ์  ส่วนพฤติกรรมบ่งชี้  คือ  ปฏิบัติงานเต็มไม่ทิ้งขว้างกลางคัน  ไม่โกรธง่าย และสามารถควบคุมอารมณ์ได้อย่างเหมาะสม และอดทนอดกลั้นคำวิพากษ์วิจารณ์

7.  มีความประหยัด  พฤติกรรมหลัก  คือ  รู้จักประหยัดและออม  และใช้ของให้คุ้มค่าส่วนพฤติกรรมบ่งชี้  คือ  ช่วยรักษาและใช้ของส่วนรวมอย่างประหยัด  ไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเกินฐานะของตน  รู้จักเก็บออมทรัพย์  เพื่อความมั่นคงของฐานะ  และรู้จักใช้และเก็บรักษาของอย่างถูกวิธี

8.  มีความรักและศรัทธาในอาชีพครู  พฤติกรรมหลัก  คือ  เห็นความสำคัญของอาชีพครูและรักษาชื่อเสียงวิชาชีพครู  ส่วนพฤติกรรมบ่งชี้  คือ  สนับสนุนการดำเนินงานขององค์กรวิชาชีพครู  เข้าร่วมกิจกรรมวิชาชีพครู  ร่วมมือและส่งเสริมให้มีการพัฒนามาตรฐานวิชาชีพครู  ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดผลดีและเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมเป็นสำคัญ  รักษาความสามัคคีและช่วยเหลือซึ่งกันและกันในหน้าที่การงาน  ปกป้องและสร้างความเข้าใจอันดีต่อสังคมเกี่ยวกับวิชาชีพครู

9.  มีความเป็นประชาธิปไตยในการปฏิบัติงานและการดำรงชีวิต  พฤติกรรมหลัก  คือ  รังฟังความคิดเห็นของผู้อื่น  และมีเหตุผล  ส่วนพฤติกรรมบ่งชี้  คือ  เปิดโอกาสให้ผู้อื่นแสดงความคิดเห็น  รับฟังความคิดเห็นและข้อโต้แย้งของผู้อื่น  ยอมรับและปฏิบัติตามความคิดที่มีเหตุผล  โดยคิดถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก  และใช้หลักการและเหตุผลในการตัดสินใจและแก้ปัญหา

ต่อมาในปี  พ.ศ. 2539  คุรุสภาประกาศใช้จรรยาครูใหม่  วันที่  7  พฤษภาคม  พ.ศ. 2539  เพื่อให้เหมาะสมกับครูไทยในยุคปัจจุบัน  จะเห็นได้ว่าจรรยาบรรณ  5  ข้อแรก  มีความสำคัญในระดับที่ครู  “ต้อง”  กระทำหรือไม่กระทำ  ส่วน  4  ข้อหลังมีน้ำหนักลดหลั่นกันลงมา  แต่ก็สำคัญและจำเป็นต่อความเป็นครู  โดยเฉพาะอย่างยิ่งครูระดับ  “มืออาชีพ”   จรรยาบรรณแต่ละข้อมีข้อความที่กระชัก  กะทัดรัดและเจาะจง  แต่การตีความและความเข้าใจของแต่ละคนอาจแตกต่างกันบ้างในรายละเอียด  ดังนั้นคุรุสภาจึงได้จัดทำคำอธิบายขึ้น  เพื่อชี้ให้เห็นเจตนารมณ์และความมุ่งหมายของจรรยาบรรณครูแต่ละข้อเพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเข้าใจตรงกัน  (สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา.  2540)

จรรยาบรรณข้อที่  1 ครูต้องรักและเมตตาศิษย์  โดยให้ความเอาใจใส่ช่วยเหลือส่งเสริม  ให้กำลังใจในการศึกษาเล่าเรียนแก่ศิษย์โดยเสมอหน้า

จรรยาบรรณข้อที่  2 ครูต้องอบรม  สั่งสอน  ฝึกฝน  สร้างเสริมความรู้  ทักษะ และนิสัยที่ถูกต้องดีงามให้แก่ศิษย์อย่างเต็มความสามารถด้วยความบริสุทธิ์ใจ

จรรยาบรรณข้อที่  3 ครูต้องประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ศิษย์  ทั้งทางกาย  วาจา และจิตใจ

จรรยาบรรณข้อที่  4 ครูต้องไม่กระทำตนเป็นปฏิปักษ์ต่อความเจริญทางกาย  สติปัญญา  จิตใจ  อารมณ์  สังคมของศิษย์

จรรยาบรรณข้อที่  5 ครูต้องไม่แสวงประโยชน์อันเป็นอามิสสินจ้างจากศิษย์  ในการปฏิบัติหน้าที่ตามปกติและไม่ใช้ศิษย์กระทำการใดๆ  อันเป็นการหาประโยชน์ให้แก่ตนโดยมิชอบ

จรรยาบรรณข้อที่  6 ครูย่อมพัฒนาตนเองทั้งในด้านวิชาชีพ  ด้านบุคลิกภาพ  และวิสัยทัศน์  ให้ทันต่อการพัฒนาทางวิทยาการ  เศรษฐกิจ  สังคมและการเมืองอยู่เสมอ

จรรยาบรรณข้อที่  7 ครูย่อมรักและศรัทธาในวิชาชีพครู  และเป็นสมาชิกที่ดีขององค์การวิชาชีพ

จรรยาบรรณข้อที่  8 ครูพึงช่วยเหลือเกื้อกูลครูและชุมชนในทางสร้างสรรค์

จรรยาบรรณข้อที่  9 ครูพึงประพฤติ  ปฏิบัติตน  เป็นผู้นำในการอนุรักษ์ และพัฒนาภูมิปัญญาไทย และวัฒนธรรมไทย

ดังนั้นผู้ที่เป็นครูจึงต้องมีคุณธรรม  ซึ่งเป็นคุณธรรมของครู  หมายถึง  คุณสมบัติที่เป็นความดี  ความถูกต้อง  เหมาะสม  ซึ่งมีอยู่ภายในจิตใจของครู และเป็นแรงผลักดันให้ครูกระทำหน้าที่ของครูอย่างถูกต้องเหมาะสมได้อย่างสมบูรณ์

สรุปความสำคัญของคุณธรรมของครูคือ
  1. ด้านตัวครู

1.1     สัมมาทิฏฐิ  การเห็นชอบ  หมายถึง  การเห็นชอบตามทำนองคลองธรรม  เป็นแสงสว่างส่องทางให้พ้นทุกข์  ครูทั้งหลายหากมีสัมมาทิฏฐิและถือปฏิบัติเป็นอย่างดีย่อมเป็นครู

1.2  สัมมาสังกัปปะ  การดำริชอบ  หมายถึง  การคิดอย่างฉลาด  รอบคอบ  รู้จัก  ไตร่ตรอง  เป็นผู้มีวิธีคิด  รู้จักใช้ความคิดในทางที่ถูกต้องดีงาม  คิดในทางสร้างสรรค์ และเป็นประโยชน์ทั้งต่อตนเอง  ต่อศิษย์ และต่อสังคม

1.3  สัมมาวาจา  การพูดจาชอบ  หมายถึง  การไม่พูดจาส่อเสียด  ไม่เพ้อเจ้อ  ไม่พูดหยาบและไม่พูดปดพูดเท็จ  วิธีพูดของครูมีผลต่อความรู้สึกและจิตใจของศิษย์เสมอ  หากครูพูดด้วยความจริงใจ  อ่อนโยน  ไพเราะ  ย่อมทำให้ศิษย์มีความเคารพและรักนับถือ

1.4  สัมมากัมมันตะ  การทำการงานชอบ  หมายถึง  การกระทำกิจการต่างๆ  ด้วยความเต็มใจ  และตั้งใจอย่างเต็มความสามารถ  เพื่อให้เกิดผลดีต่อผู้เกี่ยวข้อง

1.5     สัมมาอาชีพ  การเลี้ยงชีวิตชอบ  หมายถึง  การทำอาชีพสุจริต  และไม่ผิดกฎหมายทั้งหลาย

1.6  สัมมาวายามะ  การเพียรชอบ  หมายถึง  การมุ่งมั่นพยายามในทางดี  ครูต้องมีความเพียร  คือ  พยายามศึกษาหาความรู้อยู่เสมอ  มีมานะพยายามสร้างความก้าวหน้าในชีวิตและหน้าที่การงานตามทำนองคลองธรรม

1.7  สัมมาสติ  การระลึกชอบ  หมายถึง  การพิจารณาไต่ตรองในทางที่ถูก  ทั้งมีสติปัญญาเฉียบแปลมรอบคอบ  ในการผจญปัญหาต่างๆ

1.8  สัมมาสมาธิ  ความตั้งใจมั่นชอบ  หมายถึง  การตั้งอยู่ในความสงบ  ไม่ปล่อยให้กิเลสทั้งหลายเกิดขึ้นจนทำให้หลงผิด  หากครูผู้มีความตั้งใจมั่นชอบย่อมเป็นผู้ประสพความสำเร็จในการดำเนินอาชีพครู

สรุป  อริยมรรคนี้จำแนกได้เป็น  3  กลุ่ม  คือ

กลุ่มแรก  ได้แก่  สัมมาทิฏฐิกับสัมมาสังกัปปะเป็นเรื่องของปัญญาหรือความสว่าง  กล่าวคือ  ผู้มีปัญญาหรือความสว่างย่อมรู้  และคิดในทางที่ถูกและที่ดี

กลุ่มที่สอง  คือ  สัมมาวาจา  สัมมากัมมันตะ  และสัมมาอาชีวะ  เป็นกลุ่มธรรมที่เกี่ยวกับการรักษาศีลหรือความสะอาด  ผู้มีธรรมเหล่านี้ย่อมไม่เกิดความสับสน  วุ่นวาย  ทะเลาะเบาะแว้งแข่งขันชิงดีชิงเด่น

กลุ่มสุดท้าย  คือ  สัมมาวายามะ  สัมมาสติ และสัมมาสมาธิ  เป็นธรรมที่เกี่ยวกับสมาธิหรือความสงบ

2. พรหมวิหาร  4  เป็นธรรมที่ค้ำจุนโลก  ครูจะต้องมีธรรมประจำใจอันประเสริฐนี้เพื่อเป็นหลักประพฤติปฏิบัติตนที่ดีงาม  ได้แก่

2.1     เมตตา  คือ  ความรักใคร่  ปรารถนาดีอยากให้เขามีความสุข  มีจิตใจที่ดีงาม  ผู้ที่เป็นครูอาจารย์จะต้องมีเมตตาเป็นที่ตั้ง

2.2     กรุณา  ความสงสาร  เอ็นดูศิษย์  พึงช่วยเหลือให้พ้นจากความทุกข์และความไม่รู้

2.3  มุทิตา  คือ  ความชื่นชมยินดีเมื่อศิษย์ได้ดี  และยกย่องเชิดชูให้ปรากฏ  อันเป็นการให้กำลังใจและช่วยให้เกิดความภูมิใจในตนเอง

2.4  อุเบกขา  คือ  การวางตัววางใจเป็นกลาง  อันจะให้ดำรงอยู่ในธรรมตามที่พิจารณาเห็นด้วยปัญญา  มีจิตเรียบตรงเพียงธรรมดุจตราชั่ง  ไม่เอนเดียงด้วยรักหรือชัง  พร้อมที่จะวินิจฉัยและปฏิบัติไปตามธรรม  พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือเกื้อกูลเมื่อผู้อื่นร้อนเป็นทุกข์

3. ฆราวาสธรรม  4  เป็นหลักธรรมที่ให้แนวคิดเกี่ยวกับการครองเรือน  และหลักการครองชีวิตของคฤหัสถ์  มี  4  ประการ  คือ

3.1  สัจจะ  คือ  ความจริง  ความซื่อตรง  ซื่อสัตย์ และจริงใจ  ซึ่งจำแนกออกได้เป็นสัจจะต่อตนเอง  ต่อผู้อื่น  ต่อหน้าที่การงาน และต่อประเทศชาติ

3.2     ทมะ  คือ  การฝึกฝน  การข่มใจ  ฝึกนิสัย  รู้จักควบคุมจิตใจ  แก้ไขข้อบกพร่อง   ตั้งมั่นในจุดหมาย  ไม่ท้อถอย

3.3  จาคะ  คือ  การเสียสละ  การให้รู้จักละกิเลส  มีใจกร้าวพร้อมที่จะรับฟังความทุกข์  ความคิดเห็น  แสดงความต้องการของผู้อื่น  พร้อมที่จะร่วมมือ  ช่วยเหลือ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่ผู้อื่น

4.สังคหวัตถุ  4  เป็นหลักธรรมที่ให้แนวคิดเกี่ยวกับการยึดเหนี่ยวจิตใจบุคคล และการประสานความสามัคคีในกลุ่มคน  ประกอบด้วย

4.1     ทาน  หมายถึง  การให้  ครูอาจารย์จะต้องให้คำแนะนำสั่งสอน   ให้ความรู้และความเข้าใจในเรื่องต่างๆ

4.2  ปิยวาจา  หมายถึง  พูดจาด้วยน้ำใจหวังดี  มุ่งให้เป็นประโยชน์และเกิดผลดี  ทำให้เกิดความเชื่อถือและเคารพนับถือ

4.3  อัตถจริยา  หมายถึง  การประพฤติอันเป็นประโยชน์  การขวนขวายช่วยเหลือกิจการสาธารณประโยชน์  ตลอดจนช่วยแก้ไขปรับปรุงส่งเสริมในทางจริยธรรมแก่ผู้อื่น

4.4  สมานัตตตา  หมายถึง  การทำตนให้เสมอต้นเสมอปลาย  ตลอดจนการวางตัวให้เหมาะแก่ฐานะ  ภาวะ  บุคคล  เหตุการณ์และสิ่งแวดล้อม

5. อิทธิบาท  4  เป็นหลักธรรมที่ทำให้ทำงานประสพความสำเร็จ  ประกอบด้วย

5.1  ฉันทะ  คือ  ความพึงพอใจ  ความต้องการที่จะทำ  ใฝ่ใจรักจะทำสิ่งนั้นอยู่เสมอ  และปรารถนาทำให้ได้ผลดียิ่งๆ  ขึ้นไป

5.2     วิริยะ  คือ  ความเพียร  ขยันหมั่นเพียรประกอบสิ่งนั้นๆ  ด้วยความพยายามเข้มแข็งอดทน

5.3  จิตตะ  คือ  ความคิดตั้งจิตรับรู้ในสิ่งที่ทำและทำสิ่งนั้นด้วยความคิด  เอาจิตฝักใฝ่ไม่ปล่อยใจให้ฟุ้งซ่านจากสิ่งที่ต้องรับผิดชอบ

5.4  วิมังสา  คือ  ความไตร่ตรอง  หมั่นใช้ปัญญาพิจารณาใคร่ครวญตรวจตราหาเหตุผล และมีการวางแผน  ปรับปรุงงานอยู่เสมอ

The post คุณธรรมของครู : ความหมายและความสำคัญ appeared first on ครูประถม.คอม.

]]>