fbpx
27.4 C
Bangkok
วันเสาร์, กรกฎาคม 2, 2022

รัฐมนตรีช่วยฯ ศึกษาธิการ เน้นย้ำการศึกษาไทยสอนให้คิดวิเคราะห์ ไม่เน้นท่องจำ

รัฐมนตรีช่วยฯ ศึกษาธิการ เน้นย้ำการศึกษาไทยสอนให้คิดวิเคราะห์ ไม่เน้นท่องจำ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช เปิดเผยว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ผลักดันการเรียน Coding ให้เป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล เน้นการใช้กระบวนการคิด ไม่เน้นการเรียนการสอนแบบท่องจำ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข่าวนี้สามารถอ่านได้จากในบทความนะคะ

เสมา 2 ย้ำการศึกษาไทยสอนให้คิดวิเคราะห์ ไม่เน้นท่องจำ

(24 กุมภาพันธ์ 2565) คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แถลงข่าวผลการดำเนินงานตามนโยบายของหน่วยงานในกำกับ โดยมีนายณรงค์ ดูดิง ที่ปรึกษา รมช.ศธ., นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ [ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการ รมช.ศธ. (คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช)], นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย โฆษกประจำตัว รมช.ศธ., นายกวินทร์เกียรติ นนธ์พละ คณะทำงาน รมช.ศธ.นายอรรถพล สังขะวาสี เลขาธิการ สกศ., นายสุทิน แก้วพนา รองปลัด ศธ. และผู้บริหาร/ผู้แทนหน่วยงานในกำกับ รมช.ศธ. เข้าร่วม ณ ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 17-18 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสชี้แจงเพิ่มเติมต่อข้อเสนอแนะและข้อซักถามถึงกรณีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านที่แสดงข้อห่วงใยและกล่าวถึงประเด็นเรื่องการปฏิรูปการศึกษา ในการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ

นับตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมา กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ผลักดันการเรียน Coding ให้เป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ทุกชั้นเรียนตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 ต้องได้เรียน ซึ่งเน้นการใช้กระบวนการคิด เพื่อเตรียมเยาวชนของไทยสำหรับศตวรรษที่ 21 หรือยุคดิจิทัล โดยไม่เน้นการเรียนการสอนแบบท่องจำ เปลี่ยนเป็นการเรียน Coding ที่เน้นการคิด วิเคราะห์ คิดเชิงคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ การคิดแก้ปัญหาอย่างเป็นขั้นเป็นตอน สอดคล้องกับนโยบายของนางสาวตรีนุช เทียนทอง รมว.ศธ. และรัฐบาล ที่เน้นการเรียนแบบ Active Learning ซึ่งเป็นทักษะที่โลกสมัยใหม่ต้องมี ปัจจุบันได้มีการขับเคลื่อนนโยบาย Coding อย่างต่อเนื่อง ทั้งการอบรมครูผู้สอนไปแล้วกว่า 300,000 คน และได้มีโครงการเฉพาะลงไปในพื้นที่ห่างไกล รวมถึงการขยายการเรียนรู้ Coding ไปในทุกภาคส่วน

นอกจากนี้ ยังได้มีการใช้ Coding กับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นำไปประยุกต์ใช้กับการเกษตรจนประสบความสำเร็จ ในโครงการอัจฉริยะเกษตรประณีตในโรงเรียน ขณะนี้มีโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานสมัครเข้าร่วมกว่า 600 โรงเรียน โดยจะขยายผลไปสู่โรงเรียนต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ทุรกันดารห่างไกล เพื่อนำไปสู่การผลักดันให้เกิดการยกระดับองค์ความรู้ทางด้านเกษตรกรรมโดยการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ จนสามารถขยายประโยชน์ไปต่อชุมชนสู่การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

ด้านประเด็นเรื่อง Smart Devices เพื่อรองรับการเรียนการสอนออนไลน์ภายใต้สถานการณ์โควิด 19 นั้น นายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการให้ ศธ.ดำเนินการเรื่องนี้ให้กับเด็กนักเรียนที่ขาดแคลนอุปกรณ์การเรียน โดยได้มีการประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ซึ่ง ศธ.จะเป็นเจ้าภาพหลัก และมีภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจ มูลนิธิต่างๆ เป็นหน่วยงานสนับสนุนอุปกรณ์ รวมถึงการระดมทุนจากแหล่งต่างๆ เช่น สมาคมศิษย์เก่าของสถานศึกษา ภาคเอกชน มูลนิธิ รัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ ซึ่งจะมีทั้งการซื้ออุปกรณ์ใหม่และรับบริจาคอุปกรณ์ที่สามารถใช้งานได้ เพื่อนำมาปรับปรุงหรือพัฒนาให้สอดคล้องกับการใช้งานจริง ซึ่งอุปกรณ์ทั้งหมดต้องมีมาตรฐานที่ทางกระทรวงกำหนด คาดว่าเบื้องต้นจะสามารถจัดหาเครื่องให้นักเรียนยืมเรียนได้ 10,000 เครื่อง ก่อนเปิดภาคเรียนที่ 1/2565 นี้

ส่วนประเด็นเรื่องการสอบ PISA ที่หลายท่านมีความกังวลว่าจะทำให้คะแนน PISA ของเด็กไทยสูงขึ้นได้อย่างไร ซึ่งการสอบจะมีทั้งหมด 3 วิชา คือ การอ่าน คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ศธ.ได้เตรียมการเพื่อให้มีความพร้อมในการสอบในเดือนสิงหาคม 2565 นี้แล้ว โดยที่ผ่านมาได้มีการอบรมครูและทำเวิร์กช็อปสอนครูแกนนำ เพื่อให้ครูแกนนำไปพัฒนานักเรียนต่อไป

ด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ได้จัดโครงการวิทย์พลัง 10 ที่เปิดโอกาสให้เด็กทุกคนในประเทศไทย ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษา-มัธยมศึกษาได้มีโอกาสเรียนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน เพราะฉะนั้นทั้งสองโครงการนี้ Coding และวิทย์พลัง 10 จะตอบโจทย์ของ PISA เร่งยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยให้สามารถแข่งขันกับนานาอารยประเทศต่อไป

 

ที่มา ศธ.360

Latest news
Related news