ข้าราชการหญิงรู้หรือยัง? ขอไปปฏิบัติธรรม 1–3 เดือนได้ รับเงินเดือนตามปกติ
-
กลุ่มไลน์ข่าวการศึกษา
กลุ่มไลน์ข่าวการศึกษา
เปิดสิทธิสำคัญที่ข้าราชการหญิงหลายคนอาจยังไม่รู้ สามารถขออนุญาตไปถือศีลและปฏิบัติธรรมได้เป็นระยะเวลา ตั้งแต่ 1 เดือน แต่ไม่เกิน 3 เดือน โดยช่วงเวลาที่ได้รับอนุญาต ไม่ถือเป็นวันลา และยังได้รับเงินเดือนตามปกติ แต่มีเงื่อนไขสำคัญที่ต้องปฏิบัติตาม และสามารถใช้สิทธินี้ได้ เพียงครั้งเดียวตลอดอายุราชการ
สิทธิปฏิบัติธรรม มีมาตั้งแต่ปี 2550
สิทธิดังกล่าวมีที่มาจาก มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2550 ซึ่งเห็นชอบให้ข้าราชการพลเรือนหญิงสามารถไปถือศีลและปฏิบัติธรรม ณ สถานที่ปฏิบัติธรรมที่ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) รับรอง
จุดสำคัญคือ ระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้ไปปฏิบัติธรรม ไม่ต้องนำไปหักออกจากวันลาของข้าราชการ และยังได้รับเงินเดือนตามปกติ
ต้องปฏิบัติธรรมอย่างน้อย 1 เดือน
ผู้ที่ต้องการใช้สิทธิตามหลักเกณฑ์ทั่วไปต้องขอไปปฏิบัติธรรมเป็นระยะเวลา
- ไม่น้อยกว่า 1 เดือน
- ไม่เกิน 3 เดือน
- ไม่ใช่สิทธิสำหรับการหยุดเพียงไม่กี่วันหรือไม่กี่สัปดาห์
- ใช้สิทธิได้เพียง 1 ครั้งตลอดอายุราชการ
ดังนั้น หากต้องการใช้สิทธินี้ ควรวางแผนช่วงเวลาให้เหมาะสม เพราะเมื่อใช้สิทธิไปแล้วจะไม่สามารถกลับมาใช้สิทธินี้ได้อีกตามหลักเกณฑ์ทั่วไป
ต้องยื่นเรื่องล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน
ผู้ประสงค์จะใช้สิทธิต้อง ยื่นเรื่องขออนุญาตต่อผู้บังคับบัญชาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน และต้องได้รับอนุญาตก่อนจึงจะสามารถหยุดไปปฏิบัติธรรมได้
ผู้บังคับบัญชาจะพิจารณาตามความเหมาะสม รวมถึงภารกิจและความจำเป็นของหน่วยงาน
หากมีเหตุจำเป็นที่ทำให้ไม่สามารถยื่นเรื่องล่วงหน้า 30 วันได้ ผู้ขอต้อง ชี้แจงเหตุผลและความจำเป็น เพื่อประกอบการพิจารณา
เลือกสถานปฏิบัติธรรมที่ พศ. รับรอง
อีกหนึ่งเงื่อนไขสำคัญคือ ผู้ใช้สิทธิต้องเลือกสถานปฏิบัติธรรมที่อยู่ใน รายชื่อสถานที่ที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติรับรอง
เมื่อเลือกสถานที่ได้แล้ว ต้องสมัครเข้าร่วมและปฏิบัติตามระเบียบของสถานปฏิบัติธรรมตลอดระยะเวลาที่ได้รับอนุญาต
เมื่อปฏิบัติธรรมครบตามกำหนด ผู้เข้าร่วมจะได้รับ วุฒิบัตรหรือหนังสือรับรองการปฏิบัติธรรม เพื่อนำกลับมายื่นต่อหน่วยงานต้นสังกัด และใช้ประกอบการบันทึกในประวัติราชการ
ค่าใช้จ่ายระหว่างปฏิบัติธรรม ใครเป็นคนจ่าย?
สำหรับค่าเดินทางและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการไปปฏิบัติธรรม ผู้ใช้สิทธิต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้วยตนเอง
ดังนั้น ก่อนยื่นเรื่องควรเตรียมทั้งเรื่องช่วงเวลา สถานที่ และค่าใช้จ่ายให้พร้อม
ไม่ได้จำกัดเฉพาะข้าราชการพลเรือนหญิง
หลักเกณฑ์ดังกล่าวไม่ได้มีเฉพาะข้าราชการพลเรือนหญิงเท่านั้น แต่ยังสามารถนำไปใช้กับบุคลากรหญิงในหน่วยงานอื่นตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
- ข้าราชการทหาร
- ข้าราชการตำรวจ
- พนักงานราชการ
- พนักงานรัฐวิสาหกิจ
- ลูกจ้างของหน่วยงานรัฐที่เป็นสตรี
ส่วน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สามารถนำหลักการไปพิจารณาปรับใช้กับบุคลากรหญิงของหน่วยงานได้
แล้วถ้าอยากปฏิบัติธรรมแค่ 7 วัน ทำได้หรือไม่?
โดยหลักเกณฑ์ทั่วไป สิทธินี้กำหนดระยะเวลา ตั้งแต่ 1 เดือนถึงไม่เกิน 3 เดือน ดังนั้นการปฏิบัติธรรมที่สั้นกว่า 1 เดือนจึงไม่อยู่ในกรอบสิทธิทั่วไปดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม อาจมีการ อนุมัติเป็นกรณีพิเศษ ได้หากรัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีมติเห็นชอบเป็นกรณีเฉพาะ
ตัวอย่างเช่น เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเป็นกรณีพิเศษให้บุคลากรกรมราชทัณฑ์เข้าร่วมโครงการอุปสมบทและบวชชีพราหมณ์ ระหว่างวันที่ 4–10 กรกฎาคม 2569 รวม 7 วัน โดยไม่ถือเป็นวันลาและยังได้รับเงินเดือนตามปกติ พร้อมยกเว้นหลักเกณฑ์เดิมเรื่องระยะเวลาขั้นต่ำ 1 เดือน
กรณีนี้จึงเป็น ข้อยกเว้นเฉพาะกรณี ไม่ใช่การเปลี่ยนหลักเกณฑ์ทั่วไปสำหรับข้าราชการหญิงทั้งหมด
สรุปสิทธิแบบเข้าใจง่าย
หากเป็นข้าราชการหญิงและต้องการใช้สิทธิตามหลักเกณฑ์ทั่วไป ควรจำ 5 ข้อนี้ไว้
- ปฏิบัติธรรม 1 เดือน – ไม่เกิน 3 เดือน
- ยื่นขออนุญาตล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน
- เลือกสถานปฏิบัติธรรมที่ พศ. รับรอง
- ช่วงเวลาที่ได้รับอนุญาต ไม่ถือเป็นวันลา และยังได้รับเงินเดือนตามปกติ
- ใช้สิทธิได้เพียงครั้งเดียวตลอดอายุราชการ
สิทธินี้จึงถือเป็นอีกหนึ่งสวัสดิการที่น่าสนใจสำหรับบุคลากรหญิงในภาครัฐที่ต้องการใช้เวลาอย่างจริงจังในการ ถือศีล ปฏิบัติธรรม และพัฒนาจิตใจ โดยไม่ต้องนำระยะเวลาดังกล่าวไปหักจากวันลาปกติ
หมายเหตุ: การใช้สิทธิต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และการอนุญาตของหน่วยงานต้นสังกัด ผู้สนใจควรตรวจสอบระเบียบและขั้นตอนกับฝ่ายบุคคลหรือผู้บังคับบัญชาก่อนยื่นเรื่องทุกครั้ง
#ข้าราชการหญิง, #ปฏิบัติธรรม, #ถือศีล, #สิทธิข้าราชการ, #สิทธิข้าราชการหญิง, #ลาปฏิบัติธรรม, #มติครม, #สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, #พศ, #ข่าวราชการ, #สาระน่ารู้, #สวัสดิการข้าราชการ



