ก.ค.ศ. ประกาศหลักเกณฑ์ใหม่ พัฒนาครูและบุคลากรฯ เน้นแผนรายบุคคล มี Mentor ติดตามทุก 5 เดือน มีผลบังคับใช้ทันที
-
กลุ่มไลน์ข่าวการศึกษา
กลุ่มไลน์ข่าวการศึกษา
ก.ค.ศ. เดินหน้ายกระดับการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ออกประกาศเรื่อง “หลักเกณฑ์และวิธีการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา พ.ศ. 2569” เพื่อให้การพัฒนาบุคลากรทางการศึกษามีความเป็นระบบ สอดคล้องกับภาระงาน ความต้องการ และบริบทของแต่ละหน่วยงาน โดยมุ่งให้การพัฒนานำไปสู่การปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพและความก้าวหน้าในวิชาชีพ
จุดเปลี่ยนสำคัญของหลักเกณฑ์ใหม่
หลักเกณฑ์ฉบับนี้กำหนดให้ ผู้บังคับบัญชามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาผู้ใต้บังคับบัญชา ตั้งแต่การวางแผน สนับสนุน ติดตาม และนำผลการพัฒนาไปใช้ในการบริหารงานบุคคล
1. วางแผนพัฒนารายบุคคล
ผู้บังคับบัญชาต้องจัดทำ แผนการพัฒนาผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาเป็นรายบุคคล โดยพิจารณาจากข้อมูลสำคัญ เช่น
- ผลการประเมินการปฏิบัติงาน
- มาตรฐานตำแหน่ง
- ความต้องการของหน่วยงาน
- ความต้องการพัฒนาของแต่ละบุคคล
- สมรรถนะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
เพื่อให้การพัฒนา ตรงกับความต้องการและสามารถนำไปใช้ในการปฏิบัติงานจริง
2. มี “Mentor” ช่วยให้คำปรึกษา
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ ผู้บังคับบัญชาสามารถทำหน้าที่เป็น พี่เลี้ยง (Mentor) หรือจัดให้มีผู้ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง เพื่อให้คำปรึกษา ถ่ายทอดความรู้ และเสนอแนะแนวทางในการพัฒนาการปฏิบัติงาน
โดยเน้นการนำประสบการณ์จากการทำงานจริงมาช่วยพัฒนาศักยภาพของบุคลากร และสามารถเชื่อมโยงกับ ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ได้ด้วย
3. ติดตามผลการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทุก 5 เดือน
การพัฒนาไม่ได้จบเพียงการอบรมหรือเข้าร่วมกิจกรรม แต่ต้องมี การติดตามความก้าวหน้าและผลการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
ประกาศกำหนดให้มีการติดตามผล ทุก 5 เดือน ตามรอบการประเมินผลการปฏิบัติงานของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุงแนวทางการพัฒนาให้เหมาะสมต่อไป
4. เปิดกว้างทั้ง On-site, Online และ Hybrid
การพัฒนาสามารถดำเนินการได้หลากหลายรูปแบบ ไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่เฉพาะการอบรมในห้องประชุม โดยสามารถใช้รูปแบบ
- On-site
- Online
- Hybrid
- การเรียนรู้จากการปฏิบัติงานจริง
- รูปแบบอื่นที่เหมาะสมกับบริบทของหน่วยงาน
โดยระยะเวลาในการพัฒนาต้องไม่น้อยกว่าที่ส่วนราชการต้นสังกัดกำหนด
5. นำผลการพัฒนาไปใช้จริง
หัวใจสำคัญของหลักเกณฑ์ใหม่ คือ การพัฒนาไม่ใช่เพียงการเข้าร่วมอบรมเพื่อให้ครบชั่วโมง แต่ต้องสามารถนำผลที่ได้ไปใช้ในการปรับปรุงการปฏิบัติงาน
ผู้บังคับบัญชาสามารถนำผลการพัฒนามาประกอบการบริหารงานบุคคล เช่น
- การประเมินผลการปฏิบัติงาน
- การพัฒนางานตามข้อตกลงในการพัฒนางาน (PA)
- การมอบหมายภารกิจสำคัญ
- การวางแผนพัฒนาบุคลากรรายบุคคล
เพื่อให้การพัฒนาส่งผลต่อการทำงานอย่างเป็นรูปธรรม
6. เนื้อหาการพัฒนาต้องตอบโจทย์ยุคปัจจุบัน
หลักเกณฑ์กำหนดให้พิจารณาประเด็นสำคัญในการพัฒนา เช่น
- นโยบายหรือแนวทางการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
- การรักและเชิดชูสถาบันหลักของชาติ
- หน้าที่ความรับผิดชอบตามมาตรฐานตำแหน่ง
- การเปลี่ยนแปลงทางวิชาการและเทคโนโลยีดิจิทัล
- วินัย คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ
- ประเด็นอื่น ๆ ตามความจำเป็นและบริบทของหน่วยงาน
ผู้บริหารต้องทำอะไรบ้าง?
หลักเกณฑ์ฉบับนี้ทำให้บทบาทของผู้บังคับบัญชาไม่ได้อยู่เพียงการสั่งงาน แต่ต้องเข้ามามีส่วนสำคัญในการ ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาบุคลากรในสังกัด
ตั้งแต่การวิเคราะห์ศักยภาพ การจัดทำแผนพัฒนา การเป็นพี่เลี้ยง การติดตามผล และการนำผลการพัฒนาไปใช้ในการปรับปรุงการปฏิบัติงาน
ต้องรายงานผลการพัฒนา
เมื่อสิ้นสุดปีงบประมาณ ผู้บังคับบัญชาต้อง สรุปผลการพัฒนาของผู้ใต้บังคับบัญชา รายงานต่อส่วนราชการหรือสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการทบทวน ปรับปรุง และวางแผนพัฒนาบุคลากรในปีงบประมาณถัดไป
สรุปง่าย ๆ หลักเกณฑ์ใหม่ “พัฒนาให้ตรงคน ติดตามให้ต่อเนื่อง ใช้ผลให้เกิดจริง”
สาระสำคัญของประกาศ ก.ค.ศ. ฉบับนี้ คือการปรับแนวคิดจาก “การอบรมเพื่อพัฒนา” ไปสู่การพัฒนาอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับ แผนพัฒนารายบุคคล (Individual Development) มีพี่เลี้ยงหรือ Mentor ติดตามผลทุก 6 เดือน และนำผลการพัฒนาไปใช้ในการปฏิบัติงานจริง รวมถึงการบริหารงานบุคคล
จึงถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญที่จะช่วยให้การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ตอบโจทย์ทั้งตัวบุคลากร หน่วยงาน และการเปลี่ยนแปลงของการศึกษาในยุคดิจิทัล
หมายเหตุ: บทความนี้สรุปจากประกาศ ก.ค.ศ. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา พ.ศ. 2569 ซึ่งเป็นเอกสารที่แนบมา
#กคศ, #ประกาศกคศ, #กคศ2569, #พัฒนาครู, #ข้าราชการครู, #บุคลากรทางการศึกษา, #หลักเกณฑ์กคศ, #Mentor, #PLC, #PA, #พัฒนารายบุคคล, #ข่าวการศึกษา, #กระทรวงศึกษาธิการ



